ท่าอากาศยานสุวรรณภูมินำมาตรการ New Normal มาใช้อย่างเข้มงวด สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการที่จะเพิ่มมากขึ้น จากการคลายล็อคของรัฐบาล

59

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลให้มีจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินลดลงไปอย่างมาก เนื่องจากสายการบินต่างๆ ต้องมีการยกเลิกและปรับลดเที่ยวบินเป็นจำนวนมาก เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่องห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 1-4) อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ยังคงมีการให้บริการเที่ยวบินเส้นทางภายในประเทศ โดย สายการบินไทยเวียดเจ็ทแอร์ (Thai Vietjet Air) ที่ยังบินในเส้นทางกระบี่ เชียงใหม่ เชียงราย ทั้งขาเข้า-ขาออก เฉลี่ยวันละ 6 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารใช้บริการเฉลี่ยวันละ 530 คน และตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (Bangkok Airways) จะกลับมาให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศใหม่ในเส้นทางกรุงเทพฯ – สมุย ทั้งขาเข้า-ขาออก รวม 4 เที่ยวบินต่อวัน ส่วนสายการบินไทยเวียดเจ็ทแอร์ จะยังคงให้บริการในเส้นทางบินเฉพาะเชียงใหม่ เชียงราย ทั้งขาเข้า-ขาออก รวม 8 เที่ยวบินต่อวัน จึงทำให้คาดว่า จะมีผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการในด้านมาตรฐานความปลอดภัยและด้านสาธารณสุข ทสภ. ได้มีการถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID -19 ที่ภาครัฐและกระทรวงคมนาคมกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยผู้ใช้บริการทุกคนต้องถือปฏิบัติตามวิถีชีวิตปกติรูปแบบใหม่ (New Normal) เมื่ออยู่ภายในอาคารผู้โดยสารและพื้นที่ท่าอากาศยาน สำหรับมาตรการดังกล่าว ประกอบด้วย 1. การคัดกรองอย่างเข้มงวด โดย ทสภ. ได้มีการตั้งจุด Terminal Screening เพื่อตรวจคัดกรองอุณหภูมิร่างกายผู้ที่จะผ่านเข้ามาในอาคารผู้โดยสารทุกคน รวมทั้งกำหนดให้ผู้โดยสารและผู้มาใช้บริการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตามที่ประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กำหนดไว้ โดยต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในอาคารผู้โดยสาร 2. การปฏิบัติตามมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ในทุกพื้นที่ที่ผู้โดยสารใช้บริการ อาทิ ประตูทางเข้า เคาน์เตอร์เช็คอิน ร้านค้า ร้านอาหาร Holdroom เพื่อลดความแออัด 3. การให้ความสำคัญใส่ใจดูแลรักษาความสะอาด โดยได้มีการเพิ่มรอบความถี่ในการทำความสะอาดทุกพื้นที่ ทุกจุดต่างๆ ภายในท่าอากาศยาน แบบ Deep Cleaning อย่างต่อเนื่องทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นการใช้น้ำยาทำความสะอาดฆ่าเชื้อ สูตรของสถาบันบำราศนราดูร เช็ดทำความสะอาดบริเวณพื้นที่จุดสัมผัสต่างๆ เช่น ห้องน้ำ ลิฟต์ ทางเดินเลื่อน ราวบันได เก้าอี้พักคอย ถาดใส่สัมภาระ ถาดใส่รองเท้า รถเข็นกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสาร เคาน์เตอร์ให้บริการสายการบิน เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ รวมทั้งมีการจัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือให้บริการตามจุดต่างๆ เป็นต้น และเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน กพท. ได้มีการออกประกาศผ่อนปรนให้ผู้โดยสารสามารถนำเจลล้างมือติดตัวขึ้นเครื่องบินได้ โดยต้องใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่มีความจุไม่เกิน 350 มิลลิลิตร (12 ออนซ์) ต่อชิ้น และรวมกันไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร ซึ่งทุกชิ้นต้องปิดสนิท และต้องมีข้อความระบุปริมาณของบรรจุภัณฑ์ที่ชัดเจนอีกด้วย

นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ กล่าวในตอนท้ายว่า เพื่อให้มาตรการดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทสภ. จึงใคร่ขอความร่วมมือให้ผู้มาใช้บริการหรือผู้โดยสารปฏิบัติตามวิถีชีวิตปกติรูปแบบใหม่ (New Normal) อย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมทั้งขอความร่วมมือผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทาง เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามมาตรการ Social Distancing ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบเที่ยวบินที่ให้บริการภายในประเทศกับสายการบินโดยตรง เนื่องจากอาจจะยังไม่เปิดให้บริการในทุกเส้นทาง โดยเบอร์ติดต่อของ Thai Vietjet Air : 0 2089 1909 และ Bangkok Airways : 0 2270 6699 รวมทั้งถือปฏิบัติตามคำสั่ง และหรือประกาศของจังหวัดปลายทาง