กองปราบบุกจับสองผัวเมียฟอกเงินให้แก๊งตุ๋นนักธุรกิจ 1,500 ล้าน พร้อมรวบหัวหน้าแก๊งป่าไผ่เฝ้าบ้านผู้ต้องหายึดปืน เถื่อน 3 กระบอก ยาบ้าอีก 25 เม็ด

36

วันนี้ ( 17 ส.ค.) ที่ กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป.
พ.ต.ท.อนุชา ธนะอุดม,พ.ต.ท.อรรถพล พานประทีป,พ.ต.ท.สิงห์ไชย ฐานไชยสิทธิ์ ,พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผกก.3 บก.ป.พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์, พ.ต.ท.ประทีป ชูศรี และ ร.ต.อ.กิตติภพ ทองเพชร สว.กก.3 บก.ป.นำกำลังกว่า 20 นาย จับกุม นายบัวเรียน หรือแป มณีรัตน์ อายุ 57 ปี นางใสสว่าง หรือน้อย มณีรัตน์ อายุ 51 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 196 หมู่ 6 ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร หมายจับศาลอาญาที่ 960-961/2562 ลงวันที่ 4 ก.ค.2562 ข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน”ตามลำดับ โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักของผู้ต้องหา

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นำกำลังจับกุม นางพรพรรณ ศรีสุข อายุ 52 ปี ชาว จ.สกลนคร นายสองจันทร์ ศรีสุข อายุ 57 ปี ชาว จ.สกลนคร นายธีรยุทธ ศรีสุข อายุ 33 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด และ
น.ส.โชติรถ แสงมณี อายุ 32 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหา “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” หลังร่วมกันก่อเหตุหลอกนักธุรกิจหลายรายให้ร่วมลงทุนซื้อที่ดินทำสวนยางพาราในพื้นที่ อ.เต่างอย จ.สกลนคร นอกจากนี้ได้หลอกลงทุนซื้อเศษยางมาทำยางเครปส่งไปขายให้กับบริษัทผลิตยางรถยนต์ยี่ห้อดัง เมื่อเหยื่อโอนเงินมาให้ช่วงแรกๆ ก็ได้กำไรดี แต่ผ่านไปไม่นานกลุ่มผู้ต้องหาก็ได้เชิดเงินหลบหนีไป รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สามารถยึดรถยนต์ 10 คัน เอกสารต่างๆ กว่า 100 รายการ มูลค่าหลายร้อยล้านบาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนขยายผลกว่า 2 ปี จนพบว่าผู้ต้องหาขบวนการดังกล่าวได้ยักย้ายถ่ายเทเงินที่หลอกลวงผู้เสียหายมายัง นายบัวเรียน และ นางใสสว่าง จึงรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับและนำหมายศาลเข้าตรวจค้น 3 จุด พร้อมกัน โดยบุกรวบตัว นายบัวเรียนและนางใสสว่าง ที่เลขที่ 196 หมู่ 6 ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร พร้อมยึดสัญญากู้ยืมเงิน โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีธนาคาร เอกสารการโอนเงินถอนเงิน กรมธรรม์ สัญญาซื้อขายที่ดิน กว่า 200 รายการที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ดำเนินคดีต่อไป

รายงานแจ้งว่าระหว่างเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้น บ้านเลขที่ 177 หมู่ 12 ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร ซึ่งเป็นบ้านพักอีกหลังหนึ่งของ นายบัวเรียน และนางใสสว่าง พบ นายจิรพันธ์ หรือมอส แพงสี อายุ 21 ปี หัวหน้าแก๊งป่าไผ่ อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 12 ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร จึงสอบถามทราบว่าขอเช่าที่ด้านหน้าจาก นายบัวเรียน เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบสัญญาเช่า จึงขอตรวจค้นภายในบ้านพบอาวุธปืนไม่มีทะเบียนจำนวน 3 กระบอก กระสุน 51 นัดและยาบ้าอีก 25 เม็ด จากการตรวจสอบประวัติพบว่า
มีพฤติการณ์ซ่องสุมอาวุธ และ ยาเสพติดในพื้นที่สกลนคร เคยถูกจับกุมคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าและครอบครองอาวุธปืนไม่มีทะเบียน จึงแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่ง สภ.ตาดโตน ดำเนินคดีต่อไป