สรุปสำนวนคดีส่งฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน และพวก อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา

16

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 พ.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป.และ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการดำเนินคดี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภาภรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และพวกรวม 6 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุอุ้มฆ่านายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายของผู้พิพากษาศาลกรุงเทพใต้ ก่อนนำศพไปเผาอำพรางในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า ขณะนี้สำนวนคดีดังกล่าวแล้วเสร็จสมบูรณ์ และจะมีการส่งสำนวนให้กับพนักงานอัยการในวันนี้ หลังก่อนหน้านี้ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนแล้วเสร็จ โดยมีการสอบปากคำพยาน 111 คน สอบปากคำผู้ต้องหา 6 คน สรุปสำนวนคดี 11 แฟ้ม จำนวนรวม 4,259 หน้า พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับ พ.ต.ท.บรรยิน และพวก รวม 6 คน 9 ข้อหา ได้แก่

“ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่, ซ่องโจร, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองเพื่อปกปิดความผิดอื่นหรือหลีกเลี่ยงให้พ้นคดีอาญาในความผิดอื่นที่ได้กระทำไว้, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย, ร่วมกันซ่อนเร้นทำลายศพ ,ร่วมกันกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่ทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงโดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางคดี, และร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานด้วยการสวมเครื่องแบบเครื่องหมายเจ้าพนักงาน โดยที่ตนเองไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ” และเพิ่มเติมอีกข้อหาสำหรับ พ.ต.ท.บรรยิน ฐานสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายเจ้าพนักงาน

พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามแม้ว่า พ.ต.ท.บรรยิน และพวกอีก 4 คนยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การชั้นศาลเท่านั้น มีผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุเพียงรายเดียวที่ให้การรับสารภาพ แต่ก็ไม่ได้เป็นกังวลแต่อย่างใด เพราะมั่นใจในพยานหลักฐานที่มี อีกทั้งคำให้การของผู้ต้องหาบางรายยังสอดคล้องกับหลักฐานที่ตรวจพบ จึงค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถเอาผิด พ.ต.ท.บรรยิน และพวก ได้อย่างแน่นอน

ส่วนกรณีการตรวจสอบว่า นางวราภร ตั้งภากรณ์ ภรรยาของ พ.ต.ท.บรรยิน มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น จากหลักฐานที่พบในขณะนี้ยังไม่พบ เพียงแต่เป็นเจ้าของที่ดิน สถานที่ที่ผู้ต้องหานำศพไปเผาอำพรางเท่านั้น ส่วน พี่ชายของ พ.ต.ท.บรรยิน เจ้าของรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์ ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ พบว่าเป็นเพียงการให้ยืมโดยบริสุทธิ์และไม่ทราบว่าจะมีการนำไปใช้กระทำผิด จึงยังไม่เพียงพอที่จะเอาผิดกับทั้งสองคนนี้ได้