รวบอดีตผู้หมู่ 191 ตั้งแก๊งนักบินตีไก่ผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด

19

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 29 เม.ย. ที่ กก.สส.บก.น.5 พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.สส.บก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ทองเปลว หาญไพบูลย์ สว.กก.สส.บก.น.5 และ ร.ต.อ.สุทธิพงษ์ แป้นจันทร์ รอง สว.กก.สส.บก.น.5 ร่วมทำบันทึกจับกุมตัว นายสกล หรือฝน แสงพวง อายุ 36 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ และเป็นอดีตข้าราชการตำรวจยศสิบตำรวจโท สังกัด บก.สปพ.191 ตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ 545/2560 ลงวันที่ 11 ต.ค.60 ข้อหาปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนในการกระทำความผิด ท้องที่ สน.พระโขนง และตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.463/2560 ลงวันที่ 25 ก.ย.60 ข้อหาร่วมกันบุกรุกโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปในเวลากลางคืน และทำให้เสียทรัพย์ ท้องที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ โดยจับกุมตัวได้ขณะหลบหนีวิกฤติโรคโควิด 19 ไปกบดานที่บ้านเกิดเลขที่ 17 หมู่ 3 ต.หูกวาง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อปี 2557 นายสกล เคยรับราชการตำรวจในสังกัด บก.สปพ.191 บช.น.แต่มีพฤติกรรมประพฤติชั่วร้ายแรง เนื่องจากผู้เสียหายหลายรายร้องทุกข์ว่า ถูก ส.ต.ท.สกล (ยศในขณะนั้น) เรียกเอาทรัพย์สินแลกกับการไม่ดำเนินคดีข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด จากการตรวจสอบของผู้บังคับบัญชาเวลานั้น พบว่า ทำความผิดจริง จึงมีคำสั่งให้ ส.ต.ท.สกล ออกจากราชการ แต่ในเวลาต่อมาชุดจับกุมสืบทราบว่าเจ้าตัวยังไม่ละเลิกพฤติกรรมดังกล่าว แม้จะกลายเป็นพลเรือนเต็มตัวแล้ว แต่ยังร่วมกันกับพรรคพวกซึ่งเป็นสายคดียาเสพติด เข้าทำการแอบอ้างตัวเป็นตำรวจเข้าตรวจสอบผู้ต้องสงสัยและเรียกรับเงินจากการกระทำดังกล่าวอยู่เสมอ

โดยคดีที่ สน.พระโขนง นั้น นายสกล ได้ร่วมกันกับพวกที่ยังหลบหนีอีก 2 คน ใช้อาวุธปืนเข้าไปบีบบังคับพยายามยัดข้อหายาเสพติดให้กับผู้เสียหายรายหนึ่ง เมื่อกระทำการอุ้มผู้เสียหายเข้าไปในเซฟเฮ้าส์แล้วไม่สามารถเรียกรับเงินตอบแทนได้ จึงก่อเหตุปล้นรถเก๋งของผู้เสียหายหลบหนีไป 1 คัน ส่วนคดีที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ นั้น นายสกล ได้ร่วมกันกับพวกที่ยังหลบหนีชุดเดิม พยายามบุกรุกเข้าไปจับกุมเหยื่อผู้ต้องสงสัยอีก 1 ราย ถึงในบ้านพัก โดยขณะก่อเหตุได้พังประตูบ้านของเหยื่อเข้าไป ทำให้ทรัพย์สินเสียหายประมาณ 20,000 บาท ต่อมาจึงถูกแจ้งความจับกุมตัวและถูกศาลออกหมายจับกระทั่งชุดจับกุมไปตะครุบตัวไว้ได้ที่บ้านเกิดดังกล่าว

จากการสอบสวน นายสกล ให้การยอมรับว่า หนีคดีไปตามสถานที่ต่างๆ มาได้เกือบ 3 ปี แต่ช่วงนี้ไปไหนก็ลำบากเพราะวิกฤติโควิด 19 จึงต้องเสี่ยงกลับมาที่บ้านเกิด ไม่คิดว่าตำรวจจะรู้ความเคลื่อนไหว ซึ่งก่อนหน้านี้ตนยอมรับยังคลุกคลีกับพรรคพวกในวงการตำรวจและสายลับคดียาเสพติดอยู่อย่างสม่ำเสมอ เมื่อสงสัยผู้ใดมีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับยาเสพติดก็จะยกพวกไปทำการตรวจสอบ สำหรับคดีที่ สน.พระโขนง นั้น รถที่ทำการปล้นมาจากผู้เสียหาย ไม่ได้อยู่กับตนแต่มีพรรคพวกในทีมขับหลบหนีไปตอนแยกย้าย ส่วนอาวุธปืนของตนนั้นได้จำนำไว้กับเพื่อนตำรวจไปตั้งนานแล้วไม่สามารถติดต่อได้ และไม่เคยนำพาไปก่อเหตุด้วยแต่อย่างใด

เบื้องต้นชุดจับกุมจึงแจ้งข้อหาแก่นายสกล ตามที่ศาลได้อนุมัติหมายจับ จากนั้นประสานพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง และ สน.ทุ่งมหาเมฆ เจ้าของท้องที่ที่เกิดเหตุให้มาอายัดตัวไปดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนพรรคพวกอีก 2 รายที่ยังหลบหนีจะติดตามมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนด้วยเช่นกัน