ร้องกองปราบเอาผิดหลังถูกตุ๋นขายหน้ากากอนามัยผ่านเฟสบุ๊คเสียหายกว่า 6 แสนบาท

22

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 เม.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) น.ส.ณุมาพร พัฒนพงศธร รับมอบอำนาจจาก น.ส.กุ้ง (นามสมมุติ) ผู้เสียหายชาวลาว เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ณัฐนันท์ จะสูงเนิน รอง สว.(สอบสวน) กก.3.บก.ป. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์หลังก่อนหน้านี้สั่งซื้อหน้ากากอนามัยกับบุคคลรายหนึ่งผ่านทางเฟสบุ๊ค จำนวน 65,000 ชิ้น ราคา 650,000 บาท แล้วไม่ได้รับสินค้า โดยนำหลักฐานการโอนเงินและแชทการพูดคุยกับบุคลดังกล่าวมามอบให้พนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณา

น.ส.ณุมาพร กล่าวว่า ผู้เสียหายซึ่งเป็นตัวกลางระหว่างสมาคมเกี่ยวกับการแพทย์ของประเทศลาว ได้สั่งซื้อหน้ากากอนามัยกับ น.ส.พรจันทร์ หรือหมู (สงวนนามสกุล) ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง(Mooh Uttamavedin) เพื่อนำไปบริจาคให้บุคลากรการแพทย์ที่ประเทศลาว จำนวน 65,000 ชิ้น ในราคาชิ้นละ 10 บาท เพราะเห็นว่ามีการระบุข้อมูลในเฟสบุ๊คดังกล่าวว่าจบการศึกษาด้านเทคนิคการแพทย์จากมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรังสิตดูน่าเชื่อถือจึงโอนเงินค่าสินค้าให้ไปเป็นจำนวนเงิน 650,000 บาท พร้อมกับนัดรับสินค้าที่ขนส่ง จ.นครพนม ในวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงกำหนดรับสินค้ากลับไม่ได้รับสินค้าดังกล่าว

น.ส.ณุมาพร กล่าวต่อมา เมื่อสอบถามน.ส.พรจันทร์ กลับพยายามอ้างว่าส่งสินค้าไปให้แล้วแต่ทางขนส่งได้ตีกลับคืนมาเนื่องจากไม่มีคนไปรับ แต่พอขอดูเอกสารการขนส่งกลับไม่สามารถนำมายืนยันได้ จึงได้ทวงถามขอเงินคืนแต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงและปัดความรับผิดชอบ ผู้เสียหายจึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของ น.ส.พรจันทร์ กระทั่งพบว่าไม่ได้มีการจบการศึกษาด้านเทคนิคการแพทย์ตามที่กล่าวอ้าง ก่อนที่ต่อมา น.ส.พรจันทร์ จะทำการลบข้อมูลดังกล่าวในเฟสบุ๊คออกไป จึงทำให้มั่นใจแล้วว่าถูกหลอกเนื่องจากนอกจากผู้เสียหายรายนี้แล้วยังมีบุคคลอื่นตกเป็นเหยื่อถูกกระทำในลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายราย

น.ส.ณุมาพร กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามจากการกระทำของ น.ส.พรจันทร์ ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหายรายนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้เสียหายได้ถูกสมาคมฯแจ้งความเอาผิด เพราะเข้าใจผิดคิดว่ารู้เห็นกับน.ส.พรจันทร์ เพื่อหลอกเอาเงินไป ทำให้ต้องนำทรัพย์สินต่างๆ ไปจำนำเพื่อนำเงินมาชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ผู้เสียหายจึงมอบหมายให้ตนมาแจ้งความเอาผิดกับ น.ส.พรจันทร์ ในข้อหาฉ้อโกง นำเข้าข้อมูลเท็จตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยการจำหน่ายและส่งออกสินค้าควบคุม(หน้ากากอนามัย) ที่กองปราบในวันนี้

พนักงานสอบสวนสอบ เบื้องต้นได้ทำการปากคำผู้ร้องทุกข์ไว้ เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐาน ก่อนจะประสานส่งเรื่องต่อไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฏหมายต่อไป