รวบประธานสภาอบต.ตะโละกาโปร์ พร้อมสมุน บุกยิงพ่ออดีตประธานสภา ปมขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น

23

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.วริศร มัจฉา สว.กก.6 บก.ป.ร่วมกับชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี และสภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี นำกำลังจับกุม ผู้ต้องหาจำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายมะซูดิง กาเจร์ ประธานสภา อบต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ,นายมูหะหมัด สุกูมุง,นายอิสมาแอ แวกาจิ, นายอับดุลรอยะ สุกูมุง และนายมะรอฮิม กาเจกาซอ

ตามหมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครอง และพาอาวุธปืนติดตัวเข้าไปในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควร และซ่องโจร”
ทั้งนี้การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อเย็นวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมา

ขณะที่นายไสว พรหมแก้ว อายุ 77 ปี เดินทางกลับมาถึงบ้านพักหลังกลับการทำพิธีละหมาดอีซาที่มัสยิดใกล้บ้าน ได้มีกลุ่มคนร้ายบุกใช้อาวุธปืนสงครามเข้ามายิงจนเสียชีวิต โดยเบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้มีอิทธิพล เพราะก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวกับคนในครอบครัวมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือน เม.ย. 2562 หลังได้มีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามบุกยิง นายเจ๊ะนา (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ญาติสนิท จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ก่อนที่ให้หลังต่อมาอีกเพียงแค่ 1 เดือน นายอามะ พรหมแก้ว อายุ 57 ปี อดีตประธานสภา อบต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี บุตรชายของนายไสว ผู้ตายก็ได้ถูกคนร้ายบุกยิงเสียชีวิตด้วยเช่นกัน ทางครอบครัวของผู้ตายจึงได้นำเรื่องเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับทางตำรวจกองปราบเพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้จัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสกระทั่งทราบว่าปมการสังหารครั้งนี้มาจากความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นระหว่างกลุ่มผู้ตายที่ชนะการเลือกตั้งกำนันหมู่บ้าน กับกลุ่มของนายมะซูดิง ประธานสภา อบต.ตะโละกาโปร์ คนปัจจุบัน จนกระทั่งมีการออกหมายจับนายมะซูดิง พร้อมพวกรวม 5 คน ก่อนจะมีการสนธิกำลังเข้าตรวจค้นภายในพื้นที่ จ.ปัตตานี พร้อมกับสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหา ทั้ง 5 คน และอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนจำนวน 7 กระบอก

จากการสอบสวนนายมูหะหมัด สุกูมุง,นายอิสมาแอ และนายอับดุลรอยะ ให้การรับสารภาพ โดยรับว่านายมูหะหมัด เป็นมือปืนก่อเหตุ โดยมีนายอิสมาแอ ยืนคุ้มกัน ส่วนนายอับดุลรอยะ เป็นผู้จัดหาอาวุธปืนและนำอาวุธปืนไปซุกซ่อนฝังดินไว้ที่สวนปาล์มภายในหมู่บ้าน โดยมีการเตรียมการก่อเหตุก่อนหน้าจะลงมือประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนนายมะซูดิง และนายมะรอฮิม ยังคงยืนกรานปฏิเสธ นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน พบว่า นายอิสมาแอ เคยมีคดีฆ่าผู้อื่นเมื่อปี 2550 ติดตัวอีก 1 คดี เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับผู้ต้องหาแก่ทั้ง 5 คนตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ยะหริ่ง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกลุ่มผู้ตายกับกลุ่มผู้ต้องหานั้นเป็นเครือญาติและมีบ้านอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ตั้งอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น