ตำรวจนครบาล จับกุมจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคา คดียาเสพติด และเหตุลักทรัพย์ ในห้วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และห้ามออกนอกเคหสถาน

45

วันที่ 13 เม.ย.63 เวลา 11.00 น.ณ ลานอเนกประสงค์ บช.น. : พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร, พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม, พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ และพล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น. เป็นผู้ควบคุมสั่งการดำเนินการสืบสวนจับกุมอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมจำน่ายหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ สินค้าควบคุมสูงกว่าราคากำหนด ผลงาน กก.สส.บก.น.5,คดีจับยาเสพติด ผลงาน กก.สส.2 บก.สส.บช.น. และคดีลักทรัพย์ท้องที่ สน.ตลิ่งชัน ผลงาน บก.สส.บช.น.

คดีที่ 1.วันที่ 11 เม.ย.63 เวลาประมาณ 19.00 น. พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น.พร้อมด้วย พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์, พ.ต.อ.อรรถพล อนุสิทธิ์, พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส.ฯ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. ร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบสวน ได้เข้าจับกุม นายพีรพล ชัยเบญจพล อายุ 25 ปี ภายใน อพาร์ทเม้นต์บีบี ซอยนาคนิวาส 48 แยก 2 แขวงลาดพร้าว เขต ลาดพร้าว กรุงเทพฯ พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวม 19 กิโลกรัม,ยาบ้า 98,000 เม็ด,ยาคีตามีน 40 กรัม และยาอี 46 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์,ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” “มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 โดยผิดกฎหมาย” นำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีต่อไป

คดีที่ 2.วันที่ 11 เม.ย.63 เวลาประมาณ 22.00 น. พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.สุวัฒน์ เกิดแก้ว รอง ผบก.น.7, พ.ต.อ.ไกรวิทย์ อุณหก้องไตรภพ ผกก.สส.บก.น.7 และ พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ตลิ่งชัน ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตำรวจภูธรภาค 1 นำโดย พล.ต.ต.ไพศาล วงศวัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี, พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.สส.2 บช.น. พร้อม เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันจับกุมนายเวชชัยยันต์ หรือตี๋ ปุรินันท์ อายุ 58 ปี บริเวณริมทางสาธารณะหน้าหมู่บ้าน ชลลดา ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน กระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยเข้าทางช่องทางซึ่งมิได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า” โดยล่าสุดก่อเหตุเมื่อวันที่ 8 เม.ย.63 ในเขตพื้นที่ สน.ตลิ่งชัน ตรวจค้นพบของกลางเงินสดจำนวน 14,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋ากางเกงคนร้าย

คนร้ายให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ตามบ้านเรือนประชาชนหลายหมู่บ้าน และจากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาได้ก่อเหตุเช่นเดียวกันนี้มาตั้งแต่ปี 2558 โดยได้ตระเวนก่อเหตุในพี้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลจำนวนหลายครั้ง โดยเฉพาะพี้นที่บริเวณถนนราชพฤกษ์ ตลิ่งชัน และบางใหญ่ และขณะนี้มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ จำนวน 9 คดี และได้ตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องหาโดยความยินยอม พบแหวนเพชร จำนวน 2 วง มูลค่ารวม 700,000 บาท ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้เป็นการจับกุมผู้ต้องหาซึ่งกระทำความผิดซ้ำเติมประชาชนในช่วงเวลาสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ดำเนินคดีต่อไป

คดีที่ 3.วันที่ 6 เม.ย.63 เวลาประมาณ 19.00 น. พล.ต.ต.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย ผบก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบก.น.5,พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.สส.บก.น.5,พ.ต.ท.ปุญชรัสมิ์ โชติ รอง ผกกฯ,พ.ต.ท.ณัฐพล รัตนมงคลศักดิ์ สว.กก.สส.บก.น.5 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.5 ได้เข้าจับกุมนายนฤนาถ เลิศเจริญตระกูล หรือบอส บริเวณภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ตลิ่งชัน ถ.กาญจนาภิเษก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พร้อมของกลางหน้ากากอนามัยจำนวน 1,000 ชิ้น คิดเป็นเงิน 13,500 บาท โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมจำหน่ายในราคาสูงเกินควรหรือนำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาสินค้า” จากนั้นได้ทำการขยายผล ขออนุมัติหมายค้นจากศาล เข้าทำการตรวจค้นโกดัง ในวันที่ 10 เมษายน 2563 เวลาประมาณ 17.00 น. ผลการตรวจค้นพบเจลแอลกอฮอล์ ยี่ห้อ YDBY ขนาด 250 มล. จำนวน 130 ลัง ลังละ 60 ขวด รวมเป็นจำนวน 7,800 ขวด เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบรายละเอียดการจดแจ้งของเครื่องสำอาง อันเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 จึงได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรืออาจใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์การกระทำผิด ส่งพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ดำเนินการคดีต่อไป

กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ ขอเรียนพี่น้องประชาชนให้ทราบว่าในห้วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันอาชญากรรม และยาเสพติดอย่างเคร่งครัด หากพบเห็นการกระทำความผิดโปรดแจ้งสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจท้องที่