สำนักพุทธฯ ยันไม่มีแนวคิดหักเงินนิตยภัต แจงใช้กองทุน “วัดช่วยวัด” นำไปดูแลพระ-เณรที่ได้รับผลกระทบโควิด

103


กรณีที่มีข่าวว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะหักเงินนิตยภัต (เงินเดือน) พระสงฆ์ทั่วประเทศ 2 เดือน เพื่อนำมาตั้งกองทุนวัดช่วยวัด ช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 นั้น นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.พศ. กล่าวว่า เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน พศ.ไม่มีนโยบายในการไปหักเงินนิตยภัตพระสงฆ์ อีกทั้งกองทุนวัดช่วยวัดนั้น เป็นกองทุนที่ทางคณะสงฆ์ โดยมหาเถรสมาคม (มส.) จัดตั้งขึ้นมานานแล้ว เพื่อเป็นกองทุนในการให้ความช่วยเหลือพระสงฆ์ที่เดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ หรือภัยต่างๆ ตามที่คณะกรรมการกองทุนฯกำหนด โดยตนได้มีหนังสือแจ้งไปยังผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ทั่วประเทศแล้ว ถึงแนวทางในการดำเนินงานช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ หนังสือที่ทางนายณรงค์ แจ้งไปยัง ผอ.พศจ. ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 8 เม.ย. เรื่อง สำรวจข้อมูลวัดที่ได้รับความเดือดร้อนและขาดแคลนภัตตาหารเครื่องคุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ระบุว่า ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด -19 ได้แพร่ระบาดขยายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระภิกษุที่อยู่ในพื้นที่ท้องถิ่นทุรกันดาร ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของอาหารขบฉัน รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน และได้มีผู้ร้องขอให้พศ.ให้ความช่วยเหลือเรื่องดังกล่าว เป็นการเร่งด่วน

ในการนี้ พศ. เห็นว่าความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดำเนินการให้ทันกับสถานการณ์ ดังนั้น เพื่อให้เรื่องดังกล่าวได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ตรงกับข้อเท็จจริงและความต้องการของวัดที่ได้รับความเดือดร้อนและต้องช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จึงขอให้พศจ.ดำเนินการ ดังนี้ 1.สำรวจวัดในพื้นที่รับผิชอบที่ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อน 2.ให้ประสานขอความช่วยเหลือจากเจ้าคณะจังหวัด หรือเจ้าคณะภาค ทดรองจ่ายให้ความช่วยเหลือเบื้องตันไปก่อน แล้วส่งรายละเอียดค่าใช้จ่ายมายังพศ. เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนวัดช่วยวัดต่อไป ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบมหาเถรสมาคม ว่าด้วยกองทุนวัดช่วยวัด 3.ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามข้อ 2 ได้ ให้ส่งรายชื่อวัดตามแบบสำรวจ พร้อมประมาณการค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือเยียวยาวัดที่ได้รับผลกระทบมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยด่วน