สืบ8ตามรวบหนุ่มขับจยย.รับจ้างส่งยานรกหาเงินเลี้ยงลูก

16

ช่วงค่ำวันที่ 14 ส.ค. พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 พร้อมด้วย พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8 และ พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ รอง ผบก.น.8 นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.8 จับกุม นายพัชระ หรือ “ซีน” ประมวลลาภ อายุ 27 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางยาบ้า รวม 196,000 เม็ด ไอซ์ 9 กิโลกรัม เคตามีนชนิดผง 2.5 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 25,350,000 บาท รถเก๋งโตโยต้า รุ่นยาริส สีดำ ทะเบียน ญม 4018 กรุงเทพมหานคร และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยจับกุมตัวได้ขณะผู้ต้องหาขับรถติดไฟแดงบริเวณสี่แยกราษฏร์พัฒนา ถนนราษฎร์บูรณะ แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กทม.ก่อนนำตัวไปขยายผลตรวจค้นห้องพักเลขที่ 241 คอมโดมิเนียมพุทธบูชา 48 ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม.

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีสายลับรายงานให้ พ.ต.อ.คมกฤช สุขไทย ผกก.สส.บก.น.8 และ พ.ต.ท.วิชัย สนสกุล รอง ผกก.สส.บก.น.8 ทราบว่า นายพัชระ ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งมีอาชีพขับรถ จยย.รับจ้างอยู่ที่วินใกล้ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราษฎร์บูรณะ มีพฤติกรรมต้องสงสัยน่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงนำกำลังไปเฝ้าสังเกตพฤติกรรมกระทั่งพบว่าช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา นายพัชระ ขับรถเก๋งจากบ้านพักย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ ไปรับถุงบรรจุสิ่งของต้องสงสัยที่มีผู้นำมาทิ้งไว้ริมถนนย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี จึงสะกดรอยตามไป และตัดสินใจเรียกตรวจค้นขณะ นายพัชระ ขับรถติดไฟแดงบริเวณแยกราษฎร์พัฒนา ระหว่างกำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน จากการตรวจสอบในรถพบถุงบรรจุยาบ้า 80,000 เม็ด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงสอบเค้นทราบว่า เจ้าตัวยังไปเปิดห้องพักไว้ที่คอมโดมิเนียมพุทธบูชา 48 จึงนำกำลังไปขยายผลพบยาบ้าอีก 116,000 เม็ด ไอซ์ 9 กิโลกรัม และ เคตามีนชนิดผง อีก 2.5 กิโลกรัม อยู่ในตู้เสื้อผ้า จึงคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวนขยายผลที่ กก.สส.บก.น.8

จากการสอบสวน นายพัชระ ยอมรับว่า ส่วนตัวไม่เสพยา และไม่เคยต้องคดีใดๆ มาก่อน เป็นคนชอบออกกำลังกายเล่นฟุตบอลทุกวันด้วยซ้ำ แต่เพิ่งมีลูกชายวัย 6 เดือนกับภรรยา ทำให้รายได้จากการขับรถ จยย.รับจ้างไม่พอใช้ เมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา จึงตัดสินรับงานส่งยาเสพติดให้เอเย่นต์ไม่ทราบชื่อ ซึ่งจะติดต่อกันผ่านทางโทรศัพท์ โดยให้ตนไปเปิดห้องเช่าไว้ที่คอนโดมิเนียมเดือนละ 9,000 บาท เพื่อเก็บรักษาของกลางที่มีผู้สั่งการให้ไปรับตามริมถนน จากนั้นจะรอรับคำสั่งให้ขับรถยนต์ทยอยนำของกลางไปทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ ได้ค่าจ้างเป็นเงินสดเที่ยวละ 20,000 บาท ซึ่งจะมีผู้ขับขี่รถ จยย.ไม่ซ้ำหน้านำมาให้แถวบ้านพักและคอนโด นำมาใช้จ่ายภายในครอบครัว

ด้าน พ.ต.ท.วิชัย กล่าวว่า ไม่ปักใจเชื่อคำให้การของ นายพัชระ เท่าใดนัก เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่าทำสัญญาเข้าพักที่คอนโดมิเนียมมานานกว่า 1 ปี อย่างไรก็ตามจะขยายผลขบวนการนี้อย่างถึงที่สุด เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหามียาบ้าและไอซ์ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย มียาคีตามีนในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ บช.ปส.เข้าร่วมขยายผลต่อไป.