แก้ไข่แพง!!! ก.เกษตรฯ สั่งฟาร์มยืดอายุเลี้ยงแม่ไก่ไข่ยืนกรง-หยุดส่งออกไข่ไก่

28

ก.เกษตรฯ สั่งชะลอการส่งออกไข่ไก่สดไปจำหน่ายต่างประเทศ พร้อมออกมาตรการให้ฟาร์มไก่ไข่ยืดอายุการเลี้ยงแม่ไก่ไข่ยืนกรงออกไปก่อน หวังเพิ่มปริมาณไข่ไก่ในตลาด วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนกซื้อไข่ไก่กักตุนในครัวเรือนมากเกินความจำเป็น

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังมีกระแสประชาชนตื่นตระหนกและซื้อไข่สดเพื่อกักตุนสำรองใช้บริโภค ทำให้ช่วงนี้ประชาชนหาซื้อไข่ไก่สดได้ยากลำบาก ราคาแพง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในหลายพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้ทางกรมปศุสัตว์สำรวจข้อมูลพบว่า มีแม่ไก่ไข่ยืนกรงประมาณ 49 ล้านตัว ให้ผลผลิตไข่สดประมาณ 41 ล้านฟองต่อวัน ขณะที่อัตราการบริโภคไข่สดภายในประเทศอยู่ประมาณ 39 ล้านฟองต่อวัน จึงมีไข่สดบางส่วนที่เกินความต้องการในประเทศ และผู้ประกอบการบางรายจำเป็นต้องส่งไข่ส่วนเกินออกไปจำหน่ายต่างประเทศ เพื่อไม่ให้ไข่ล้นตลาดและพ่อค้าคนกลางในประเทศกดราคารับซื้อ เป็นการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ในประเทศให้เกษตรกรพออยู่ได้ไม่ขาดทุนและไม่ทำให้ผู้บริโภคในประเทศเดือดร้อน ต่อมาเมื่อ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดความตื่นตระหนกของประชาชน จนเกิดกระแสการกักตุนไข่สด ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นในครัวเรือน ส่งผลให้ปริมาณความต้องการซื้อไข่สดเพิ่มขึ้น 3-5 เท่าตัวจากภาวะปกติ จนทำให้ปริมาณไข่ไก่สดขาดตลาด ประชาชนหาซื้อได้ยากขึ้นและมีราคาจำหน่ายปลีกแพงขึ้นแบบกะทันหัน และยังไม่มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายลง

นายเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า เพื่อป้องกันกระแสการกักตุนไข่ไก่สด หรือป้องกันราคาสินค้าไข่ไก่สดสูงเกินต้นทุนที่แท้จริง และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ประสานขอความร่วมมือเป็นการเร่งด่วนจากผู้ประกอบการส่งออกไข่ไก่สด ในการชะลอการส่งออกไข่ไก่สดไปจำหน่ายยังต่างประเทศทุกประเทศ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยจะไม่มีการอนุญาตให้ส่งออก ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ด้าน นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวต่อว่า นอกจากการชะลอการส่งออกไข่ไก่สด ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯได้สั่งการ ทางกรมปศุสัตว์ยังแจ้งให้ฟาร์มไก่ไข่ทั่วประเทศยืดอายุการเลี้ยงแม่ไก่ยืนกรงออกไปตามที่แต่ละฟาร์มเห็นว่าเหมาะสม จากเดิมที่กำหนดให้ปลดแม่ไก่ยืนกรงที่อายุ 80 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มปริมาณไข่ไก่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น พร้อมกันนี้ทางกรมปศุสัตว์ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่สารวัตรกรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ตรวจสอบตามศูนย์รวบรวมไข่ไก่ และสถานที่จำหน่ายไข่ไก่ทั่วประเทศเพื่อตรวจสอบปริมาณไข่ไก่ การเคลื่อนย้ายและแหล่งที่มาของไข่ไก่อย่างเข้มงวด เพื่อเฝ้าระวังมิให้มีการนำไข่ไก่ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา รวมถึงไข่ไก่ที่ไม่สะอาดปลอดภัยนำมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคอีกด้วย