มิตรผลมอบเอทานอลทำเจลล้างมือต้านโควิด-19

66

วันที่ 23 มีนาคม 63 เวลา 14.00 น. ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดยโสธร นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นตัวแทนจังหวัดยโสธรรับมอบเอทานอล จำนวน 1,500 ลิตร และผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์ที่มาจากโมลาส (กากน้ำตาล) ภายใต้แบนด์ ชื่นใจ บายมิตรผล จากทีมผู้บริหารของโรงงานน้ำตาลมิตรอำนาจเจริญ ในเครือกลุ่มบริษัทมิตรผล ซึ่งได้เดินทางมามอบให้กับจังหวัดยโสธรเพื่อร่วมสู้ภัยในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรน่า (covid–19)

นายเสรี จิตรีพรต รองผู้อำนวยการด้านโรงงานน้ำตาลมิตรอำนาจเจริญ กล่าวว่า กลุ่มบริษัทมิตรผล ขอร่วมสู้ภัยในช่วงที่มีการระบาดหนักเชื้อไวรัสโคโรน่า (covid–19) โดยโรงงานทั้ง 7 แห่งทั่วประเทศ ร่วมส่งมอบเอทานอลให้กับจังหวัดใกล้เคียง โรงงานน้ำตาลมิตรอำนาจเจริญ ได้ส่งมอบให้จังหวัดอำนาจเจริญแล้ว 1,500 ลิตรและวันนี้มอบให้จังหวัดยโสธร อีก 1,500 ลิตร โดยเอทานอลเป็นสารที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ซึ่งกลุ่มบริษัทมิตรผล ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมในภาวะวิกฤติ ขอส่งความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน และเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ สู้กับการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรน่าทุกพื้นที่

ด้านนายแพทย์จักราวุธ จุฑาสงฆ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร กล่าวว่า วันนี้เราได้รับการสนับสนุนเป็นเอทานอลความเข้มข้น 95 เปอร์เซ็นต์ จากโรงงานน้ำตาลมิตรอำนาจเจริญ จำนวน 1,500 ลิตร โดยจะจัดสรรให้โรงพยาบาลจังหวัด 500 ลิตร โรงพยาบาลอำเภอ 1,000 ลิตร ซึ่งจะนำไปผลิตเป็นเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 75 เปอร์เซ็นต์ สามารถที่จะฆ่าเชื้อได้ เมื่อผลิตเสร็จก็จะนำมาแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลชุมชุนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั้งหมด 112 แห่งในจังหวัดยโสธร เพื่อให้มีเพียงพอใช้ในการที่จะเตรียมรับมือการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ( covid – 19 ) ต่อข้อถามที่ว่ามีมาตรการใดรองรับการกลับบ้านของประชาชนในช่วงนี้

นายแพทย์จักราวุธ กล่าวว่า ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาจังหวัดยโสธรมีการคัดกรองโดย อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในแต่ละหมู่บ้าน โดยวิธีไปเคาะประตูบ้านทุกหลังเพื่อจะดูว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่หรือไม่ เช่นบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง คนที่มีประวัติใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเราทำมาโดยตลอด ปัจจุบันเราพบคนที่อยู่ในข่ายสัมผัสบุคคลที่มีกลุ่มเสี่ยง 190 ราย ตรวจแล้วพบว่าปกติไม่ต้องกักตัวเก้าสิบกว่าราย ที่ต้องกักตัว 14 วันอยู่ที่ 89 ราย ส่วนผู้ที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯจะต้องแจ้งมายัง รพ.สต. ที่อยู่ใกล้บ้านและให้กักตัวอยู่บ้าน 14 วัน

โดยการอยู่บ้านก็ต้องปฏิบัติตามหลัก Social Distancing หรือที่เรียกว่า ‘การเว้นระยะห่างทางสังคม’ และไม่ควรไปตีตราผู้ที่เดินทางกลับบ้าน เพราะข้อเท็จจริงแล้วอาจไม่ได้ป่วยหรือสัมผัสอะไรเลยก็ได้ เป็นคนปกติทั่วไป เพียงแต่เป็นกลุ่มคนที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงเท่านั้น และตามนโยบายก็คือเมื่อมีบุคคลที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ๆเราควบคุมอยู่ซึ่งไม่มีโรค สิ่งที่ต้องปฏิบิติคือการกักตัวเอง 14 วัน และจากกระแสข่าวขณะนี้มีรายงานว่ายโสธรมีผู้ติดเชื้อ 1 รายนั้น

ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการเพาะเชื้ออยู่ยังไม่ยืนยัน ซึ่งเมื่อผลตรวจออก ทางกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ยืนยัน สำหรับเคสที่เราสงสัยว่าติดเชื้อเราจะปฏิบัติเหมือนกันหมด คือ คนที่อยู่ใกล้ชิดรอบตัว 5 วันจะต้องมารับการตรวจและจะต้องส่งเพาะเชื้อทุกราย บริเวณบ้านก็จะต้องทำความสะอาด แยกตัว คนในครอบครัวจะต้องถูกกัก 14 วัน เป็นมาตรฐานที่ต้องทำทุกราย ขอให้มั่นใจและอย่าตื่นตระหนกว่าคนที่มาแล้วจะออกไปแพร่กระจายได้ เพราะต้องอยู่ในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร กล่าวเสริมด้วยว่า ความกังวลใจมีเพียงการไม่ยอมแสดงตัวของกลุ่มคนที่เดินทางกลับบ้านเท่านั้น ดังนั้นขอให้ผู้ที่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯมีความรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ใกล้สถานที่เสี่ยงหรือกลุ่มเสี่ยง ขอให้แสดงตัวและกักตัวเอง 14 วันอยู่ที่บ้าน และเมื่อไหร่ที่มีไข้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธรและโรงพยาบาลทุกแห่ง จะมีรถออกไปรับถึงบ้านไม่ต้องมาเอง เพื่อจะนำมาส่งตรวจตามกระบวนการต่อไป

สมัย คำแก้ว…รายงาน