เพิ่มมาตรการเสริมใจ โครงการ บวชใจ ตามรอยหลวงปู่มั่น ก้าวผ่านโควิด 19

35

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัส Covid19 อย่างรุนแรงของทั่วโลก ส่งผลให้ ทุกประเทศทั่วโลก ต้องมีการรณรงค์ป้องกัน อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะประเทศไทยถึงแม้ว่าสถานการณ์ยังไม่แพร่ระบาด มากนัก และที่จังหวัดอุบลราชธานี ยังไม่พบผู้ป่วยการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 ก็ตาม ล่าสุด นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้นำคำสอนหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บุคคลสำคัญของโลก แนะประชาชน ให้นำปฏิบัติใส่ใจ ตนเอง ตั้งสติ ลงมือปฏิบัติ ดูแลใจตนเองให้เป็นเลิศ งดตำหนิผู้อื่น นับเป็นการสร้างบาปหนักให้กับตนเองและเกิดความทุกข์

ทั้งนี้ได้ คัดลอกคำสอนหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต แชร์ผ่าน สื่อออนไลน์ไปยัง กลุ่ม อสม. และ ประชาชนที่มี Smart Phone รวมทั้งแจกจ่ายให้กับนายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้านไปเปิดในหอกระจายข่าวด้วย ทั้งนี้เพื่อ นำพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเปิดให้ประชาชนรวมทั้ง กลุ่มเสี่ยง หรือญาติพี่น้องรวมทั้งชุมชนได้เข้าใจพินอยเห็นอกเห็นใจ และดูแลใจตนเอง ในการช่วยเหลือแบ่งปันและห่างไกล เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส Covid19 ที่รุนแรงกันทั่วโลก ถึงแม้จังหวัดอุบลราชธานี จะไม่พบผู้ป่วยแต่อย่างใด เพื่อเป็นการป้องกัน สร้างความเข้มแข็ง ให้กับชุมชนในการดูแลตนเอง นับเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง งดตำหนิผู้อื่น

ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างบาปหรือสร้างทุกข์ให้แก่ใจตนเอง ขอความร่วมมือประชาชนได้ถือปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตในหัวข้อ งดตำหนิผู้อื่น งดสร้างบาปให้กับตนเองและความทุกข์ใจให้กับตนเองโดยปริยัติ ปฏิบัติปฏิเวธ ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมคำสอนและปฏิบัติให้ถูกต้องอันจะส่งผลให้เกิดบรรลุธรรมก่อให้เกิดปัญญาในที่สุดและเกื้อกูลกัน ทำให้เกิดความรักสามัคคีกันและเกิดความสุขในชุมชน สำหรับธรรมะที่มอบในครั้งนี้เป็น MP3 ความยาว 20 นาที ซึ่งประชาชน และกลุ่มเสี่ยงจากต่างประเทศ สามารถนำไปเปิดฟังด้วยตนเองได้ผ่านมือถือได้ทุกคน โดยเฉพาะ ผู้ที่เข้าการพักรอสังเกตอาการ

ภายใต้โครงการบวชใจ ตามรอยหลวงปู่มั่น ก้าวผ่าน. covid19 พ้น 14 วัน ให้ผู้ใหญ่ในท้องที่ อำเภอ ตำบล สึกให้และมอบ ใบประกาศความดี “คนดีรักบ้านเกิดและบัตรยินดีให้ต่อไป
นอกจากนั้น ฝากเน้นย้ำ มาตรการของ ปชช. ในการดูแลตนเองให้พ้นภัย COVID-19

งดการนำมือมาสัมผัส ตา จมูก ปาก โดยเด็ดขาด
ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อมีการสัมผัสจุดสัมผัสร่วม ด้วยอัลกอฮอล์เจล หรือ สบู่ก้อนหรือสบู่เหลว
สวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย เมื่อไปในพื้นที่มีผู้คนจำนวนมาก เช่น ตลาดต่างๆ ศูนย์การค้า รพ. และ เมื่อมีอาการคล้ายไข้หวัด รีบพบแพทย์กรณีอาการแย่ลง

รวมทั้งกินร้อนๆ ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้สิ่งของใช้ร่วมกัน สำหรับ พินอยที่ยังไม่ผ่านการเฝ้าดูอาการ 14 วัน ขอให้ เข้าพบเจ้าหน้าที่ทางอำเภอ ซึ่งประกอบด้วย อสมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและสาธารณสุขอำเภอเพื่อดูแลตัวเอง เฝ้าดูอาการปัจจัยเสี่ยง 14 วัน หรือ Home การันตี โดยมีภาครัฐกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส โควิด 19 และเพื่อ สร้างความเข้มแข็งในชุมชน ให้ปลอดจากเชื้อไวรัสโควิด 19 ต่อไป

กมลพร คำนึง ปชส.อบ.ข่าว เอกชัยโปธา ข่าวภูธร…รายงาน