ป.รวบหนุ่มหื่นดักฉุดเด็กนักเรียนสาวขึ้นรถแท็กซี่หวังทำอนาจาร อีก 5 เดือนหมดอายุความ!

21

12 มี.ค.2563 กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1.บก.ป., พ.ต.ท.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ สว.กก.๑ บก.ป., ร.ต.อ.สุรพล ชูใจ, ร.ต.อ.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง สว.กก.1 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป.

ร่วมกันจับกุมตัว นายวศิน โหลดรุ่ง ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 3831/2548 ลงวันที่ 6 ต.ค.48 ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีต่อหน้าธารกำนัล, ทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ, หน่วงเหนี่ยวให้ปราศจากเสรีภาพ, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 ส.ค.48 เวลาประมาณ 17.00 น. ขณะที่ผู้เสียหายยืนรอผู้ปกครองมารับบริเวณหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าวพร้อมกับกลุ่มเพื่อน นายวศินฯได้เข้ามาขอพูดคุยกับผู้เสียหายในเชิงชู้สาว แต่ผู้เสียหายไม่ยอมพูดคุยด้วย จากนั้นนายวศินฯ จึงได้ฉุดลากผู้เสียหายไปตามถนน ผู้เสียหายพยายามสะบัดมือออกแต่นายวศินฯจับไว้แน่น พร้อมกับพูดข่มขู่ให้เดินตามมาและอย่าขัดขืน ต่อมาเพื่อนของผู้เสียหายจึงตะโกนว่าแม่มารับแล้ว นายวศินฯ จึงปล่อยมือ ผู้เสียหายจึงได้วิ่งหนีไปหากลุ่มเพื่อน

หลังจากนั้นนายวศินฯ ได้วิ่งตามมาพร้อมกับดึงแขนผู้เสียหายและดึงคอเสื้อแล้วเรียกรถแท็กซี่ เมื่อรถแท็กซี่จอดจึงได้ผลักผู้เสียหายขึ้นรถแล้วบอกให้คนขับออกรถมุ่งหน้าไปซอยพหลโยธิน 24 เพื่อหวังพาไปยังหอพักของนายวศินฯ แต่ผู้เสียหายได้อาศัยจังหวะขณะที่รถคันดังกล่าวจอดติดไฟแดงลงจากรถและวิ่งหลบหนี หลังจากนั้นผู้เสียหายได้แจ้งให้บิดามารดาทราบเรื่อง และได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สน.พหลโยธิน ทางพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติออกหมายจับนายวศิน

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 มี.ค.63 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่านายวศินฯ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง บริเวณซอยอยู่วิทยา 5 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม. จึงเดินทางไปตรวจสอบและเฝ้าสังเกตการณ์ ต่อมาพบนายวศินฯ ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 202/103 ซอยอยู่วิทยา 5 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอกจึงเข้าจับกุมนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าตนก่อเหตุดังกล่าวจริง

เนื่องจากขณะนั้นผู้เสียหายเป็นผู้หญิงที่มีหน้าตาดี ตนจึงคิดที่จะจีบผู้เสียหาย แต่เนื่องจากผู้เสียหายไม่เปิดใจรับตนประกอบกับมีหนุ่มมารุมจีบผู้เสียหายเยอะ ทำให้ตนเกิดอาการหึงหวงและก่อเหตุดังกล่าว หลังจากก่อเหตุก็ได้หลบหนีและเปลี่ยนอาชีพไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาเกือบ 15 ปี โดยจะเลือกสมัครงานประเภทที่ไม่ต้องกรอกรายละเอียดประวัติส่วนตัว เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ จนเหลืออีกประมาณ 5 เดือน คดีดังกล่าวก็จะหมดอายุความ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตัวในที่สุด