กองปราบนำตัว บรรยินและพวก ฝากขังศาลอาญาทุจริต พบจุดเผาเป็นไร่ของภรรยา บรรยิน

62

วันนี้ (25 ก.พ.) ที่ กองปราบปราบ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีกองปราบปรามและชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. ปิดล้อมตรวจค้น 21 จุด ในจังหวัดนครสวรรค์และกรุงเทพ เพื่อคลี่คลายคดีการหายตัวไปของนายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ เจ้าของสำนวนคดีปลอมแปลงเอกสารโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด กว่า 300 ล้านบาท หลังถูกกลุ่มคนร้ายข่มขู่ น.ส.พนิดา ให้ตัดสินยกฟ้องคดี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ น.ส.กัณฐณา ศิวาธนะพล หรือน้ำตาล และ น.ส.อุรชา พรหมา หรือป้อนข้าว ตกเป็นผู้ต้องหา โดยจากปฏิบัติการครั้งนี้ชุดสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา 6 คน ประกอบด้วย พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี นายมานัส ทับนิล อายุ 67 ปี นายณรงศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 49 ปี นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข อายุ 34 ปี นายชาติชาย เมณฑ์กุล อายุ 31 ปีและ นายธงชัย วจีสัจจะ หรือ ส.จ.อ๊อด อายุ 62 ปี ในความผิด 6 ข้อหา โดยผู้ต้องหาบางส่วนรับสารภาพว่า ทำร้ายนายวีรชัยจนเสียชีวิตแล้วเผาศพนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำตาม

ต่อมาเมื่อเวลา 05.30 น. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผบก.ป.พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.เสวก บุญจันทร์ รองผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ หนุมาน กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ไปเบิกตัว นายชาติชาย เมนฑ์กุล และนายประชาวิทย์ ศรีทองสุข ที่สน.ห้วยขวาง จากนั้นได้มาเบิกตัวนายณรงศักดิ์ ป้อมจันทร์ ที่ สน.สุทธิสาร หลังกองปราบได้แยกผู้ต้องหาคุมขังตามโรงพักต่างๆ เพื่อนำตัว 3 ผู้ต้องหา แก๊ง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ที่ให้การรับสารภาพ ในคดีอุ้มฆ่าเผานั่งยางนายวีรชัย ศกุลตะประเสริฐ พี่ชายผู้พิพากษาอาวุโส ศาลอาญากรุงเทพใต้ ไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ

โดยจุดแรก ที่หน้าบ้านเลขที่9/13 ซอยรัชดา ฯ 33 แขวงและเขตจุตจักร กทม. เป็นอาคารสูง 4 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 300 ตร.วา มีรั้วรอบขอบชิด โดยจุดนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การยืนยันว่าเป็นบ้าน พ.ต.ท.บรรยิน ก่อนเกิดเหตุได้มีการมาวางแผนที่บ้านนี้ โดยในวันที่มีการวางแผน ทางนายมานัส ทับนิล ได้ขับรถพานายประชาวิทย์ และนายชาติชาย ซึ่งเป็นคนที่นายธงชัย วจีสัจจะ หรือ ส.จ.อ๊อด จัดหามาให้ เพื่อมาพบพ.ต.ท.บรรยิน และ นายณรงศักดิ์ ที่บ้านดังกล่าว โดยพ.ต.ท.บรรยิน ได้บอกทั้งห้าคนว่า มีงานให้ทำเป็นเรื่องอุ้มคนแก่ จากนั้นทางพ.ต.ท.บรรยินได้จัดหาชุดและหมวกให้กับกลุ่มผู้ต้องหา ก่อนจะแยกย้ายกันไป

จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสาม ไปยังจุดที่ 2 บริเวณตรงข้ามศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ซอยเจริญกรุง 63 แขวงเจริญกรุง เขตสาทร กรุงเทพฯ โดยจุดดังกล่าวเป็นจุดที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมาดักรออุ้มตัว นายวีรชัย ขึ้นรถเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยวันดังกล่าวพ.ต.ท.บรรยิน ใส่เครื่องแบบตำรวจสวมหมวกกันน็อค ใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งรถดังกล่าวมี นายณรงศ์ศักดิ์ นายชาติชาย และนายประชาวิทย์
ร่วมนั่งอยู่ด้วย โดยทั้งสามคนสวมชุดที่ทาง พ.ต.ท.บรรยินจัดเตรียมไว้ให้ เป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวใส่หน้ากากอนามัยสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า เมื่อมาถึงหน้าศาลและพบนายวีรชัย นายณรงค์ศักดิ์ รับว่าเป็นคนล็อคตัวนายวีรชัย ก่อนที่นายชาติชาย เป็นคนดันตัวเหยื่อให้ขึ้นรถ ซึ่งนายณรงศ์ศักดิ์นั่งหน้าบริเวณหน้าคนขับ โดยมีนายประชาวิทย์ และนายชาติชาย นั่งประกบผู้ตายไว้ จากนั้นได้เอาผ้าเทปปิดปาก ก่อนนำถุงผ้าคลุมศรีษะผู้ตาย โดยระหว่างทางได้มีการโทรศัพท์ข่มขู่ผู้เสียหาย และมีการปรับเบาะที่นั่งในลักษณะเอนนอนก่อนทำร้ายร่างกายนายวีรชัยโดยต่อยที่สีข้าง จากนั้นก็ได้ขับรถมุ่งหน้าเส้นทางถ.พระราม 5 บางบัวทอง สุพรรณบุรี เพื่อมุ่งหน้าไป จ.นครสวรรค์ โดยระหว่างทางพี่ชายผู้พิพากษาเกิดเสียชีวิต ทำให้แผนของคนร้ายจากเดิมที่ต้องการกดดัน ต้องเปลี่ยนเป็นการอำพรางคดี

จากนั้นนายมานัสได้ขับรถมาถ่ายคนจากรถของ พ.ต.ท.บรรยิน และทำหน้าที่ขับรถนำเพื่อดูกว่ามีการตั้งด่านตามเส้นทางหรือไม่ อย่างไรก็ตามการชี้จุดใช้เวลาไม่นาน ก่อนเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวผู้ต้องหากลับไปยังกองปราบปราม เพื่อนำไปรวมกับผู้ต้องหาอีก 3 ราย คือ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์, นายมานัส ทับนิล และนายธงชัย วจีสัจจะ ที่ยังคงยืนกรานปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ ต่อมาเวลา 08.00 น. นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ เเละ นายวรภัทร์ ตั้งภากรณ์ ภรรยาเเละลูกชายของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางมาที่กองปราบปราม เพื่อเข้าเยี่ยมพ.ต.ท.บรรยิน โดยการเข้าเยี่ยมครั้งนี้เป็นการเยี่ยมก่อนที่พนักงานสอบสวนกองปราบปราม จะคุมตัวพ.ต.ท.บรรยินพร้อมพวกรวม 6 คน ไปขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขังเป็นผัดเเรก ท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัว

โดยนางวราภรณ์ กล่าวภายหลังจากการเข้าเยี่ยม พ.ต.ท.บรรยินว่า ได้เข้าไปหารือกับสามี กรณีจะชี้เเจงความบริสุทธิ์ของครอบครัวในช่วงวันเวลาเกิดเหตุ ซึ่งตนเห็นมีสื่อบางสำนักมีการนำเสนอข้อมูลว่าในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ วันเกิดเหตุ มีผู้ถูกกล่าวหาบางรายอยู่ในงานศพ พื้นที่จ.นครสวรรค์ ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาบางคนก็มีพยานยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ในวันดังกล่าวเช่นกัน ยอมรับว่าข้อมูลดังกล่าวทำให้ตนและครอบครัวเองก็พยายามจะขอข้อมูลในส่วนนี้ เพื่อนำมาประกอบกับการแสดงความบริสุทธิ์ของสามี สำหรับรายละเอียดอื่นๆ พ.ต.ท.บรรยินอยู่ระหว่างพิจารณาและหารือว่าจะบอกข้อมูลใดกับสื่อได้บ้างหรือไม่

ด้าน พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ระบุว่า แม้ว่าตำรวจจะยังไม่พบศพผู้เสียชีวิต แต่ผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ของชิ้นส่วนกระดูกที่พบก็เพียงพอในการดำเนินคดีเเล้ว

ต่อมาเวลา 12.40 น. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป พ.ต.อ.สัณห์เพ็ชร หนูทอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป. พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษ หนุมาน กองปราบปราม คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 รายออกจากห้องคุมขังภายในอาคารกองปราบปราม เพื่อไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขังผัดที่ 1 โดยทางพ.ต.ท.บรรยิน มีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ เช่นเดียวกันกับผู้ต้องหารายอื่นๆ ที่ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ

มีรายงานว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจนถึงช่วงสายของวันนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 5 รายให้การรับสารภาพ มีเพียงพ.ต.ท.บรรยิน ที่ยังคงให้การปฏิเสธ โดยคำให้การของผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย สอดรับกับข้อมูลและพยานหลักฐานที่พบตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่แห่งหนึ่งในตำบลนิคมเขาบ่อแก้ว อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ที่พบเศษโครงกระดูกจำนวนกว่า 20 ชิ้นที่ถูกเผาจนไหม้เกรียม บางส่วนแตกละเอียดผสมกับกองขี้เถ้าที่ถูกเผาไหม้ รวมถึงยังพบแหวนที่มีลักษณะพิเศษคือรูปร่างคล้ายหัวเต่า และหัวเข็มขัดสี่เหลี่ยมที่ยังเผาไหม้ไม่หมดที่เชื่อว่าเป็นของผู้ตาย ตกหลงเหลืออยู่ในบริเวณจุดนี้ ทั้งยังมีเศษยางและขดลวดที่ถูกนำมาทิ้งไว้ด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและเก็บหลักฐานไปเพื่อพิสูจน์ดีเอ็นเอเปรียบเทียบแล้ว อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าทางตำรวจกองปราบปราม ได้นำอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน มาบินเพื่อพิสูจน์ทราบหาจุดเผาศพในพื้นที่บริเวณเขาใบไม้ โดยพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่กว้างรกร้าง และพื้นที่บางส่วนมีเล้าไก่ แอ่งน้ำ กระทั่งพบจุดเผาศพ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากไร่ของนางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ภรรยาของพ.ต.ท.บรรยิน