ทีมอาชีวศึกษาศรีสะเกษ คว้าแชมป์ U19 ระดับอาชีวศึกษา ครั้งที่ 2

58

นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวในโอกาสเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี (U19) ชิงแชมป์ประเทศไทย ระดับอาชีวศึกษา ครั้งที่ 2 ว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและความสามารถของนักเรียน นักศึกษา อาชีวศึกษาให้เป็นผู้พร้อมด้วยความรู้ คุณภาพ และคุณธรรม มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ บำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นตลอดจนสังคม และประเทศชาติ โดยนำกิจกรรมกีฬามาสร้างสรรค์ และพัฒนาเยาวชนให้ตระหนักถึงการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น และยกระดับมาตรฐานการแข่งขันกีฬาเยาวชนจากสถานศึกษาในสังกัดในระดับภาค

เลขาธิการฯ กล่าวต่อว่า การจัดแข่งขันกีฬาฟุตบอล รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ชิงแชมป์ประเทศไทย ระดับอาชีวศึกษา ครั้งที่ 2 เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา ที่มีความเป็นเลิศด้านกีฬา บนพื้นฐานการพัฒนาโดยใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาและโภชนาการเป็นฐาน เน้นการพัฒนาร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรง มีระเบียบวินัย และห่างไกลยาเสพติด ส่งเสริมการสร้างนักกีฬาในสถานศึกษา โดยพัฒนาผู้มีทักษะและความสามารถสู่ความเป็นเลิศในระดับจังหวัด ระดับภาค ระดับชาติ เพื่อพัฒนาต่อเนื่องไปสู่เส้นทางสายอาชีพ พร้อมทั้งเชิดชูเกียรตินักกีฬาอาชีวศึกษาประเภทต่าง ๆ ที่ผ่านการคัดเลือกในระดับชาติ ให้เข้าไปเป็นตัวแทนทีมชาติไทย และสร้างเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อการพัฒนาด้านกีฬาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยการแข่งขันกีฬาฟุตบอล รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักเรียน นักศึกษา จากสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐ และเอกชนจากทั่วประเทศ ในสังกัด สอศ. ให้ได้แข่งขันและรับการคัดเลือกเพื่อหาความหนึ่งในด้านกีฬาการแข่งขันฟุตบอลอีกด้วย

การแข่งขันกีฬาฟุตบอล รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี (U19) ชิงแชมป์ประเทศไทย ระดับอาชีวศึกษา ครั้งที่ 2 รอบชิงชนะเลิศพบกับ ทีมอาชีวศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ และทีมอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งผลการแข่งขันทีมอาชีวศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ชนะ ทีมอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรีมย์ 5 : 3 โดยนายวิชิต กองสินแก้ว นาทีที่ 7 นาทีที่ 31 และนาทีที่ 47 นายสหปวร พิมเสนพะเนาว์ นาทีที่ 17 และนายณัฐพล ยงสกุล ยิงจุดโทษ นาทีที่ 37 คว้าแชมป์ รางวัลชนะเลิศ จาก นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรับทุนการศึกษา 100,000 บาท ส่วนทีมอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 รับถ้วยรางวัล จากนายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และรับทุนการศึกษา 50,000 บาท จากการแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม ซึ่งมีตัวแทนจากภาคเหนือ 3 ทีม ภาคใต้ 2 ทีม ภาคกลาง 2 ทีม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 ทีม และ โรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 32 บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ 4 ทีม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-24 กุมภาพันธ์ ณ สนามบุรีรัมย์ สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์

ส่วนวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 พร้อมรับถ้วยรางวัล จากนายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และทุนการศึกษา 30,000 บาท และอาชีวศึกษาจังหวัดกำแพงเพชร ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 และทุนการศึกษา 20,000 บาท