รมช.เกษตรฯ มอบนโยบายกรมส่งเสริมสหกรณ์มุ่งเน้นการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับสมาชิกเพิ่มมากขึ้น

4

รมช.เกษตรและสหกรณ์ประชุมมอบนโยบายกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมรับฟังสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา มุ่งเน้นการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับสมาชิกเพิ่มมากขึ้น การพัฒนาศักยภาพสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ 12,858 แห่ง สมาชิกรวมกว่า 12.117 ล้านครอบครัว เผยแต่ละปีสหกรณ์ดำเนินธุรกิจรวบรวมสินค้าเกษตรที่สำคัญ อาทิ ข้าว ข้าวโพด ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ ปริมาณไมน้อยกว่า 5.530 ล้านตัน/ปี และสหกรณ์อีกจำนวน 718 แห่ง ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการพืชผลการเกษตรและการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตปริมาณไม่น้อยกว่า 1.103 ล้านตัน/ปี

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ประชุมมอบนโยบายการพัฒนาระบบสหกรณ์และการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยมีนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารกรมฯ และข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เบื้องต้นทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้นำเสนอถึงภารกิจและหน้าที่ในการดำเนินงานของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งต้องดูแลแลสนับสนุนการดำเนินงานให้กับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ 12,858 แห่ง สมาชิกรวม 12.117 ล้านครอบครัว ทุนดำเนินงานรวม 3.13 ล้านล้านบาท ปริมาณธุรกิจรวม 2.52 ล้านล้านบาท ซึ่งสัดส่วนจำนวนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ แบ่งเป็นสหกรณ์ภาคการเกษตร 4,547 แห่ง สมาชิก 6.677 ล้านคน สหกรณ์นอกภาคการเกษตร 3,550 แห่ง สมาชิก 4.958 ล้านคน และกลุ่มเกษตรกร 4,761 แห่งสมาชิกกลุ่มเกษตรกร 0.481 ล้านคน

ที่ผ่านมามีสหกรณ์การเกษตร 1,573 แห่ง ดำเนินธุรกิจรวบรวมและรับซื้อผลผลิตการเกษตรจากสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญ อาทิ ข้าว ข้าวโพด ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลังและผลไม้ ปริมาณไม่น้อยกว่า 5.530 ล้านตัน/ปี และสหกรณ์อีกจำนวน 718 แห่ง ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการพืชผลการเกษตรและการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตปริมาณไม่น้อยกว่า 1.103 ล้านตัน/ปี

สำหรับในปีงบประมาณ 2563 กรมส่งเสริมสหกรณ์มุ่งเน้นการพัฒนาสหกรณ์ให้เป็นองค์กรหลักระดับอำเภอ โดยส่งเสริมให้สหกรณ์การเกษตรมีบทบาทในการสร้างระบบเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากในแต่ละอำเภอจะมีประชากรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรไม่น้อยกว่า 40-50% ดังนั้น สหกรณ์จะต้องปรับบทบาทในการดำเนินงาน มุ่งเน้น
การส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับสมาชิกเพิ่มมากขึ้น เบื้องต้นจะมีการพัฒนาการผลิตพืชผลการเกษตรให้ได้มาตรฐาน GAP พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม
ที่ทันสมัยมาใช้ในการพัฒนาการแปรรูปผลผลิตเพื่อยกระดับและเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตร 10 ชนิด จำนวนไม่น้อยกว่า 30 ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สินค้าของสหกรณ์เป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดนอกจากนี้ ยังเดินหน้าโครงการเพิ่มศักยภาพสหกรณ์ในการรวบรวมและเก็บชะลอสินค้าเกษตร เพื่อดึงปริมาณผลผลิตการเกษตรที่สำคัญเข้าสู่
กระบวนการแปรรูป เพิ่มมูลค่าก่อนส่งจำหน่ายสู่ตลาด ซึ่งจะทำให้สินค้าไม่ออกสู่ตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกมาพร้อมกันจำนวนมาก และป้องกันปัญหาการกระจุกตัวของสินค้า เพื่อใช้กลไกสหกรณ์เข้ามาช่วยรักษาเสถียรภาพด้านราคาสินค้าการเกษตรให้กับเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ให้เร่งแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ ไม่ให้มีหนี้สินพอกพูน เน้นการสร้างอาชีพสำหรับการผลิตสินค้าการเกษตรที่มีคุณภาพและใช้เครื่องจักรอุปกรณ์ให้คุ้มค่า สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตการเกษตร และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกับเกษตรกรด้วยเนื่องจากสหกรณ์นั้นมีความสำคัญและเป็นกลไกที่ช่วยดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

“สหกรณ์มีศักยภาพในการผลิตสินค้าการเกษตรที่สำคัญหลายชนิด ทั้งข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลังและยางพารา โดยเฉพาะยางพารา สหกรณ์สามารถรวบรวมน้ำยางดิบจากสมาชิกนำมาผลิตเป็นน้ำยางข้น ยางแผ่น และยางแท่นได้ บางส่วนได้นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางพารา เช่น หมอน ที่นอน แผ่นรองปูพื้นสนาม ถุงมือและรองเท้า ดังนั้น รัฐบาลจะสนับสนุนให้สหกรณ์รับซื้อน้ำยางดิบจากเกษตรกรแล้วนำมาแปรรูปตามผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขณะนี้กระทรวงคมนาคมมีความต้องการนำผลิตภัณฑ์ยางพารามาแปรรูปเป็นกรวยยาง แท่งแบริเออ และอุปกรณ์ความปลอดภัยทางถนน ซึ่งจะมีการหารือกับกระทรวงคมนาคม โดยเบื้องต้นมีสหกรณ์ภาคใต้ เช่น สหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ จำกัด จังหวัดสงขลาและชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางสตูล จำกัดจังหวัดสตูล มีศักยภาพในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราได้หลากหลายชนิดนอกจากนี้ยังได้วางแผนลงไปตรวจเยี่ยมการก่อสร้างโรงงานรวบรวมน้ำยางของสหกรณ์สวนยางในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อให้ทันรองรับปริมาณผลผลิตยางพาราจากเกษตรกรในพื้นที่โดยเร็วที่สุด” รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว