ครั้งแรก มหาเถรฯ ไฟเขียวให้ใช้ที่ดินศาสนสมบัติกลางสร้างวัดได้

21

เมื่อวันที่ 20 ก.พ.63 ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ครั้งที่ 5/2563 โดยก่อนเข้าวาระการประชุม นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ได้ขอประทานโอกาสถวายเครื่องสักการะแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) ประธานที่ประชุม ในโอกาสได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563

ภายหลังการประชุม นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการพศ. ในฐานะรองโฆษกพศ. แถลงว่า มส.มีมติเห็นชอบให้ใช้ที่ดินศาสนสมบัติกลางสร้างวัด ประกอบด้วย 1.ที่ดินศาสนสมบัติกลาง(วัดน้อย) ต.บางบอน อ.บางขุนเทียน จำนวน 5 ไร่ 77 ตารางวา 2.ที่ดินศาสนสมบัติกลาง (ที่ธรณีสงฆ์วัดป่า) ต.บางประทุน อ.บางขุนเทียน จำนวน 7 ไร่ 90 ตารางวา 3.ที่ดินศาสนสมบัติกลาง(วัดโพธิ์ราม) ต.บางระมาด อ.ตลิ่งชัน จำนวน 6 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา และ4.ที่ดินศาสนสมบัติกลาง (วัดเสนานนท์) ต.สามวาตะวันออก อ.คลองสามวา จำนวน 18 ไร่ 58.20 ตารางวา ตามที่พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ผู้รักษาการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ทำเรื่องเสนอขอความเห็นชอบมาที่มส. และทางมส.ยังกำชับด้วยว่าให้พศ.ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของคณะสงฆ์ด้วย

นายสิปป์บวร กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการอนุญาตให้ใช้ที่ดินศาสนสมบัติกลางมาใช้เป็นพื้นที่สร้างวัด เนื่องจากเดิมข้อกฎหมายไม่อนุญาตให้นำที่ดินศาสนสมบัติกลาง ซึ่งหมายถึง ทรัพย์สินของพระศาสนาซึ่งมิใช่ของวัดใดวัดหนึ่ง มาใช้เป็นพื้นที่สร้างวัดได้ ดังนั้นมส.จึงมีการนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา และมอบให้พศ.ไปดำเนินการร่างหลักเกณฑ์มาเสนอมส. และมส.ได้มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การอนุญาตใช้ที่ดินศาสนสมบัติกลางมาสร้างวัดได้ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ คือ ที่ดินศาสนาสมบัติกลางนั้นจะต้องเป็นที่ดินศาสนสมบัติกลางที่เคยเป็นพื้นที่วัดร้างมาก่อน และมีการยกออกจากบัญชีวัดร้าง มาเป็นศาสนสมบัติกลางแล้ว จึงจะสามารถทำเรื่องขออนุญาตใช้พื้นที่สร้างวัดได้