ตำรวจคุมตัว คนร้ายก่อเหตุยิงอดีตแฟนสาวในห้างสรรพสินค้าย่านอนุสาวรีย์ชัย ฝากขังศาลอาญา พร้อมยื่นคัดค้านประกันตัว ขณะที่ผู้ต้องหาเปิดเผยสั้น ๆ ว่า เป็นเรื่องของคน 2 คน

25

ตำรวจ สน.พญาไท คุมตัวนายดนุสรณ์ นุ่มเจริญ หรือ เจ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงอดีตภรรยาเสียชีวิต ขณะทำงานคลินิกเสริมความงามในห้างสรรพสินค้าย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปขออำนาจศาลอาญารัชดาภิเษก พิจารณารับฝากขังตัวชั่วคราวใน 5 ข้อหา คือ 1ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 2. พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 3.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต4.พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว 5.ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ อัตราโทษสูง ประชาชนให้ความสนใจและเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี โดยศาลอยู่ระหว่าง พิจารณารับฝากของตัวชั่วคราว

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายดนุสรณ์ เปิดเผยสั้นๆ ระหว่างที่ตำรวจกำลังคุมตัวผู้ต้องหาไปขึ้นรถ โดยบอกว่า เป็นเรื่องของคนสองคน พร้อมฝากขอโทษสังคมกับสิ่งที่ทำลงไป ส่วนการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่ สน.พญาไท เมื่อคืนนี้ สอบถามร้อยเวรแล้ว ทราบว่าผู้ต้องหามีอาการเครียด แต่นอนหลับรับประทานอาหารได้ตามปกติ และไม่ได้ร้องขอสิ่งใดเป็นพิเศษ

ด้านมารดาของนายดนุสรณ์ เปิดเผยว่า ทราบดีว่าลูกชาย เเละอดีตลูกสะใภ้ มีปัญหากัน จนนำไปสู่การหย่าร้าง หลังหย่าร้างทั้งคู่ก็ต่างคนต่างไปมีคนใหม่ กำลังจะไปได้สวย แต่ทางลูกชายก็ได้มาบอกตลอดว่า เขายังรักผู้ตายอยู่ ยังลืมไม่ได้ ถึงแม้เลิกกันไปแล้วแต่ยังรู้สึกหึงหวง และเคยบอกว่าจะไปทำร้ายผู้ตาย หากไม่กลับมาคืนดี ตนรู้ว่าลูกชายอารมณ์ร้อน จึงเตือนลูกชายว่าอย่าไปทำร้ายเขาเลย เพราะการติดคุกมันไม่ดีหรอก ทั้งนี้ตนก็ส่งข้อความไปเตือนผู้ตายว่า ให้ระวังตัวไว้ เพราะลูกชายกำลังโมโห แต่ก็ไม่ได้คิดว่า ลูกชายจะก่อเหตุรุนแรงขนาดนี้ ซึ่งหลังจากที่ถูกจับกุม ได้พูดคุยกับลูกชายบอกว่า ตอนนี้ยังรู้สึกเครียด และที่ทำลงไปเพราะหึงหวง และยังรักผู้ตายมาก ตอนที่ก่อเหตุนั้นขาดสติ เป็นอารมณ์ชั่ววูบ และตอนนี้รู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่ทำแล้ว และลูกชายยังเล่าอีกว่าเมื่อคืนนี้ระหว่างที่ถูกกักขัง ผู้ตายได้มาเข้าฝัน แล้วถามว่า ทำไมต้องฆ่าต่ายด้วย ตนจึงบอกกับลูกชายว่าไม่ต้องคิดมาก ให้ก้มหน้ารับโทษยอมรับทั้งตัวเองเเละลูกชายรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากขอโทษฝั่งผู้ตาย และยอมรับว่ายังอยู่ระหว่างตัดสินใจ ว่าจะไปร่วมงานศพผู้ตายที่จังหวัดตากหรือไม่ เพราะส่วนหนึ่งครอบครัวก็ไม่มีเงิน ที่จะเดินทางไป และไม่มีเงินจะมอบให้ทางฝั่งครอบครัวผู้ตาย ได้แต่หวังว่าดวงวิญญาณผู้ตายจะไปสู่ภพภูมิที่ดี