อวสาน รีสอร์ทดังเมืองกาญจน์ รุกอุทยานฯ สั่งรื้อภายใน 30 วัน ยังดื้อปรับวันละหมื่น

204

รีสอร์ท กกกอด ถูกจับยื้อมาเกือบ 4 ปีไม่รอด อุทยานฯ เอราวัณ ปักป้ายสั่งรื้อภายใน 30 วัน ฝ่าฝืนคุก 3 ปี ปรับ 3 แสน แถมปรับอีกวันละ 1 หมื่นบาท จนกว่าจะรื้อถอนเสร็จ

ตามนโยบายของนาย วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับนายทุน ผู้บุกรุกป่า

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานฯ เอราวัณ นายยุทธพงศ์ ดำศรีสุข เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ/หน.อุทยานฯ พุเตย และคณะเจ้าหน้าที่ จำนวน 20 นาย ได้เดินทางมาติดประกาศคำสั่งรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างฯ บริเวณด้านหน้า รีสอร์ท กกกอด ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีนาย ศิริยุทธ สิริยุทธพงษ์ เป็นเจ้าของ โดยให้รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสินหรือสิ่งอื่นใด ของรีสอร์ท กกกอด ไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนายวณฐพงศ์ วัชระโชควรากุล ผจก.อายุ 29 ปี เป็นผู้รับมอบเอกสารข้อกฎหมาย รายละเอียดของการแจ้งรื้อถอน เพื่อแจ้งให้นาย ศิริยุทธ สิริยุทธพงษ์ เจ้าของทราบ โดยนายวัชระ ได้เดินนำคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรีสอร์ท ที่มีการปลูกสร้างที่พัก

นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2559 เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้เข้าตรวจสอบรีสอร์ท พบว่ามีนายศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองพื้นที่ มีการก่อสร้างบังกะโลที่พักรวม 18 รายการ บุกรุกพื้นที่อุทยานฯ 8 ไร่ 1 งาน 62 ตารางวา ทำให้รัฐเสียหาย 420,053 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึด และเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสภ.ลาดหญ้า ดำเนินคดี

ต่อมาอัยการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง นายศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ ในคดีอาญาที่ 244/ 2559 เนื่องจากขาดเจตนากระทำผิด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ก็ยังมีอำนาจ เข้าไปรื้อถอน รีสอร์ท กกกอด แห่งนี้ได้ เทียบเคียงคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด ที่ อส. 31/2559 หลังจากนั้นมีคำสั่งศาลปกครองสูงสุดลงวันที่ 10 มกราคม 2562 ไม่รับอุทธรณ์ ของนายศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ ที่อุทธรณ์ไม่ให้รื้อถอนรีสอร์ทแห่งนี้ จึงถือว่าคดีนี้เป็นอันถึงที่สุด

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จึงอาศัยอำนาจ มาตรา 35 (2) พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ฉบับใหม่พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นการใช้กฎหมายฉบับใหม่ กับพื้นที่นี้กรณีนี้เป็นแห่งแรก โดยประกาศคำสั่งให้ นายศิริยุทธ สิริยุทธพงษ์ และบริวาร ที่มีภูมิลำเนา อยู่บ้านเลขที่ 55/ 5 หมู่ที่ 8 ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ให้รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใดของรีสอร์ท กกกอดแห่งนี้ ไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศคำสั่งนี้
และเมื่อครบกำหนดเวลาตามประกาศคำสั่งแล้ว หากยังดื้อเพ่งไม่รื้อถอน จะถูกดำเนินคดีฐาน ฝ่าฝืนประกาศคำสั่งนี้ ระวังโทษจำคุก ตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องระวางโทษปรับรายวันอีกวันละ 1 หมื่นบาท จนกว่าจะได้มีการรื้อถอนเสร็จ และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนให้กับทางราชการ จำนวน 242,733.22 บาท และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 25 ต่อปี

หลังจากคณะเจ้าที่ปิดประกาศคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ก็จะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรลาดลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี และหากครบกำหนดเวลาตามประกาศคำสั่งแล้วนายศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ ยังดื้อเพ่งไม่ดำเนินการรื้อถอน จะมาแจ้งความดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนประกาศคำสั่งตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฉบับใหม่ และจะส่งเรื่องให้ ปปง.ดำเนินคดีตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (15) ให้ยึดเงินหรือทรัพย์สิน ที่ได้มาจากการค้าเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติต่อไปอีกด้วย