องคมนตรีและขรก.ชั้นผู้ใหญ่ในพระองค์ เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ จนท.และปชช.ที่เสียชีวิตจากกราดยิงโคราช

28

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ องคมนตรี และข้าราชการ
ชั้นผู้ใหญ่ หน่วยราชการในพระองค์ เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ และประชาชนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงเจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 ถึง 9 กุมภาพันธ์ 2563 ณ วัดต่าง ๆ ดังนี้

นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ดาบตำรวจ ชัชวาลย์ แท่งทอง ณ วัดโพธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางสาวอภิกษณาภา
ขันผักแว่น ณ วัดหนองไผ่ ตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
นายศุภชัย ภู่งาม องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายจักรพันธ์ ชิพิมาย
ณ วัดสระบัวเกลื่อน ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายเอกกวิน ยืนทน ณ วัดบ้านใหม่ไทยเจริญ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา
พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายทัศนะ หริรักษ์ ณ วัดดอนขวาง ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายวัชรพล พาณิชย์
ณ วัดสะแก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายศรัณยพงศ์ พงษ์ชอุ่มดี ณ วัดช่องอู่ ตำบลจอหอ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายจิรวัฒน์ รัดกลาง
ณ วัดนามาบ ตำบลขามสะแกแสง อำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา
พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางกรรณิการ์ การบรรจง ณ วัดบ้านหนองโพธิ์ ตำบลชีวึก อำเภอขามสะแกแสง
จังหวัดนครราชสีมา และเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายอำนาจ บุญเอื้อ ณ วัดหนองบัว ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายสมเกียรติ วิชชุปัญญาพาณิชย์ ณ วัดสุทธจินดา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
พลอากาศตรี ธีระ เชียงทอง รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางพัชรา จันทร์เพ็ง ณ วัดป่าภูธรพิทักษ์ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
พลเรือเอก ปวิตร รุจิเทศ รองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายอธิวัฒน์ พรมสุข ณ วัดหนองจิก ตำบลหนองโดน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน และโปรดประทานดอกไม้จันทน์ในการพระราชทานเพลิงศพด้วย

ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายจิตรพัฒน์ ไกรฤกษ์ ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ระดับ 10 เป็นประธานในพิธีเชิญดินพระราชทาน ไปในพิธีวางดินฝังศพ นางจุฑารัตน์ ลิมป์สิริวรรณ (อ่านว่า ลิ้ม-สิ-หริ-วัน) ณ วัดนักบุญอันนา อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยต่อการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง คนร้ายกราดยิงประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เชิญแจกันดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บที่เข้าพักรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลต่าง ๆ และทรงรับผู้บาดเจ็บไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพวงมาลาหลวง พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม และโปรดให้เชิญพวงมาลาไปวางที่หน้าหีบศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย อีกทั้งยัง ทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ รวมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปเยี่ยมครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ และเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ได้พระราชทานพระราชกระแส แสดงความเสียพระราชหฤทัยเกี่ยวกับการเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา กับทรงชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกฝ่าย รวมทั้งประชาชนที่ตกอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ที่ต่างมีความอดทน เข้มแข็ง และมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันในยามคับขัน แสดงให้เห็นถึงพลังความสามัคคี ความรัก ความห่วงใยที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ และพี่น้องประชาชนชาวไทยด้วยกัน