รอง ผบช.ก. ถอดบทเรียนเหตุกราดยิงโคราช เตรียม
จัดซื้ออุปกรณ์ไฮเทค เสริมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ

35

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก.กล่าวถึงกรณีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการควบคุมเหตุการณ์เช่นกรณีที่เกิดขึ้นที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่าสำหรับเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์นั้นต้องถือว่าเราพร้อมหมด เพราะเป็นนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่ให้จัดหาให้กับหน่วยปฏิบัติการพิเศษทั่วประเทศ แต่สิ่งที่ยังขาดก็จะเป็นในส่วนอุปกรณ์ที่เป็นอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยี ที่ไฮเทค ที่จะช่วยในการปฏิบัติ ซึ่งทางผบ.ตร.ให้หาสิ่งเหล่านี้มาช่วย แต่อย่าให้บอกว่าจะเป็นอะไรบ้าง แต่เราเห็นจากหน้างานแล้ว เราจะรู้ว่าจริงๆ แล้ว เราขาดอะไร ที่จำเป็นที่จะต้องใช้เสริม ช่วยในการพิสูจน์ทราบตัวคนร้าย

พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ กล่าวอีกว่า เป็นการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ สิ่งที่ท่าน ผบ.ตร.มอบหมาย ก็คือให้ไปจัดหาอุปกรณ์เหล่านี้ เช่น โดรน ตรวจจับความร้อน ในการค้นหาตัวคนร้าย อย่างที่เราจะเห็นแล้วในข่าวทางสื่อมวลชนที่มีการเผยแพร่ ซึ่งจะจับพิกัดได้เพราะจริงๆ แล้ว ในเวลาปกติโดรนที่เราใช้ เราจะเห็นข้อบกพร่อง เห็นขีดจำกัดของโดรนธรรมดา ที่ไม่สามารถจะใช้บินในอาคารได้ รับสัญญาณจีพีเอสไม่ได้ มันก็จะต้องเป็นโดรนที่เป็นโดรนลักษณะพิเศษ ให้เหมาะกับสถานที่ นี่ยกตัวอย่าง

รอง ผบช.ก.กล่าวต่อว่า สำหรับอุปกรณ์อื่นๆ นั้น คงต้องขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียด ส่วนกรณีโดรนธรรมดา มันมีข้อจำกัดแล้วมันไม่สามารถรับสัญญาณจีพีเอส ได้ มันก็ขึ้นบินไม่ได้ บางที่ถูกล็อกไว้กับระบบจีพีเอส มันก็จะบินที่อับสัญญาณไม่ได้ ส่วนในต่างประเทศนั้น มีอุปกรณ์พิเศษที่เราน่าจะศึกษาเพื่อใช้สำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษของประเทศไทย จริงๆ อุปกรณ์มันก็มีเกือบครบ แต่ลักษณะของการปฏิบัติงานในแต่ละหน้างาน มันเจอปัญหาที่แตกต่างกัน

“มีเรื่องข้อจำกัดของสถานที่ ลักษณะของตัวคนร้าย หรือองค์ประกอบ ปัจจัยอะไรหลายๆ อย่าง ก็จะเป็นบทเรียนให้กับเราที่จะต้องมาหาวิธีการแก้ไขปัญหาของแต่ละเหตุ ไม่มีอะไรที่จะเพอร์เฟ็กซ์ ทั้ง 100% เราก็จะต้องเจอเคสที่จะได้เรียนรู้ว่ามีความจำเป็นในส่วนไหน จะต้องใช้อะไร เมื่อเจอหน้างานจริงแบบนี้แล้ว ปัญหาที่จะเกิดขึ้นก็จะพบว่าเราขาดอุปกรณ์อะไร ก็พอดีมีเรื่องโดรนที่ท่าน ผบ.ตร.เห็น เราก็เลยรับที่จะไปจัดหา” พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ กล่าว

พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ตนมีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศ จึงได้ไปเห็นอุปกรณ์ต่างๆ ที่ดูแล้วเป็นประโยชน์ไม่เฉพาะกับหน่วยคอมมานโด แต่เป็นประโยชน์ในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะต้องจัดหาไว้ให้สำหรับทุกหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ได้ใช้ แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วย ท่าน ผบ.ตร.ก็มองในภาพรวมเลย ไม่เฉพาะเจาะจงให้หน่วยใดหน่วยหนึ่ง แต่ท่านมองว่าทุกคนจะต้องได้ใช้ในสิ่งที่ดี และสามารถที่จะเซฟชีวิตผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปลอดภัยที่สุดเมื่อออกปฏิบัติหน้าที่