รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ศึกษาดูงานการปลูกกระท่อมในพื้นที่ควบคุม จ.สุราษฎร์ธานี

28

วันที่ 20 มกราคม 2563 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมศึกษาดูงานการปลูกและการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมในพื้นที่ได้รับอนุญาตครอบครองกระท่อม ณ ต.น้ำพุ อ.บ้านนาสาร
จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายวิชัย ไชยมงคล
ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นักวิชาการ เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่กว่า 500 ราย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล

การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในครั้งนี้เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการวิจัยการพัฒนารูปแบบการควบคุมพืชกระท่อมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในประเทศไทย และพบปะแกนนำหมู่บ้านชุมชน ประชาชน สอบถามความคิดเห็น วิถีชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงทัศนคติของประชาชนต่อพืชกระท่อม เพื่อนำข้อมูลเชิงประจักษ์ในระดับพื้นที่เพื่อประกอบพิจารณาเสนอถอดพืชกระท่อมออกจากกฎหมายยาเสพติดให้โทษต่อไป

สำหรับโครงการวิจัยการพัฒนารูปแบบการควบคุมพืชกระท่อมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนฯสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) ได้คัดเลือก ตำบลน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยดำเนินการภายใต้หนังสือสำคัญมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5
ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน โดยมีหมู่บ้านเป้าหมายในพื้นที่ตำบลน้ำพุ จำนวน 6 หมู่บ้าน และผลการสำรวจทั้ง 6 หมู่บ้าน มีครัวเรือน จำนวน 1,920 ครัวเรือน พบครัวเรือนที่มีพืชกระท่อม จำนวน 655 ครัวเรือน พืชกระท่อม จำนวน 1,912 ต้น ได้ดำเนินการควบคุมและติด QR Code จำนวน 1,578 ต้น ตัดฟันทำลาย จำนวน 334 ต้น ซึ่งการควบคุมพืชกระท่อมเป็นไปตามธรรมนูญตำบลที่ได้กำหนดไว้ โดยกำหนดให้ครัวเรือนละสามารถครอบครองพืชกระท่อมได้ครัวเรือนละไม่เกิน 3 ต้น นอกจากนี้ยังมีการกำหนดแผนเฝ้าระวังทางสุขภาพ โดยให้ผู้ใช้กระท่อมเข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อเก็บข้อมูลด้านสุขภาวะ จำนวน 588 ราย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญในการศึกษาวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กระท่อมและ
พืชสมุนไพรทางการแพทย์ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ของประชาชน ผนวกกับพืชกระท่อมไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในอนุสัญญาเดี่ยว อนุสัญญาระหว่างประเทศ เป็นเพียงตัวยาที่ต้องเฝ้าระวัง จึงได้มีการลงนามความร่วมมือในการดำเนินการเพื่อยกเลิกพืชกระท่อมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเดือนธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา เพื่อวางรากฐานการศึกษา และวิเคราะห์แนวทางและผลกระทบให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด