“พิชัย” ผวา “ผบ.ทบ.” บอกไม่ปฏิวัติแต่ทำทุกที “ปิยบุตร” โต้ “อ.น.ค.” ไม่ขัดแย้งกองทัพ

34

“พิชัย นริพทะพันธุ์” ไม่เชื่อคารม “บิ๊กแดง” บอกไม่ปฏิวัติ อัดอดีต ผบ.ทบ. “บิ๊กตู่ – บิ๊กบัง” พูดปฏิเสธแต่ทำ “ปิยบุตร” ร่ายยาวโต้ ไม่สร้าง “เฟคนิวส์” ยัน “อนาคตใหม่” ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกองทัพ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ใครเป็นเหมือนตนบ้างเมื่อ ผบ. ทบ. บอกว่าจะไม่ปฏิวัติ จะรู้สึกห่วงมากกว่าเดิมหลายเท่า หากจำกันได้ บิ๊กตู่ และ บิ๊กบัง ก็บอกว่าจะไม่ปฏิวัติเหมือนกัน

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศว่ามีพรรคการเมืองตั้งใหม่ใช้โฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมเพื่อทำให้วัยรุ่นไทยต่อต้านกองทัพและสถาบัน ว่า เท่าที่อ่านจากข่าว แม้ไม่ระบุชื่อพรรค แต่อ่านแล้วปฏิเสธยากว่าคงหมายถึงพรรคอนาคตใหม่

นายปิยบุตร กล่าวว่า เรื่องนี้สะท้อนปัญหา 3 เรื่อง คือ ปัญหาที่ 1. สิ่งที่ ผบ.ทบ.พูดอยู่เสมอว่าจะเป็นกองทัพยุคใหม่ หลังเลือกตั้งแล้วจะถอยออกจากการเมือง แต่เอาเข้าจริง จากการให้สัมภาษณ์ของท่านล้วนเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งถ้าเป็นกองทัพตามแบบมาตรฐานสากลประชาธิปไตย ผบ.ทบ.จะไม่ให้สัมภาษณ์ชี้นำเรื่องพรรคการเมืองปัญหาที่ 2. คือ ผบ.ทบ.อาจเข้าใจนิยามของคำว่าเฟคนิวส์ผิดไป เพราะเฟคนิวส์ คือข่าวเท็จที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างในทางการเมือง หากสิ่งที่ท่านกล่าวหา หมายถึงพรรคอนาคตใหม่จริง ถ้าผิดก็ว่าไปตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ตั้งแต่ตั้งพรรคขึ้นมา เรารณรงค์ด้วยการทำงานทางความคิดกับประชาชนและเยาวชนคนหนุ่มสาว ไม่ใช่เรื่องข่าวเท็จข่าวลวงใดๆ ทั้งสิ้น

“ผมคิดว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่มีวิจารณญาณในการประเมินและตัดสินใจอยู่บ้าง จึงอยากให้ ผบ.ทบ.ลองมาทำความเข้าใจกับความคิดของคนหนุ่มสาว อย่าประเมินว่าสิ่งที่เขาเชื่อหรือคิดเป็นเรื่องที่ถูกปลุกปั่นยุยงอยู่ตลอดเวลา”

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวต่อว่า ปัญหาที่ 3. ตนคิดว่าทัศนคติของผบ.ทบ. จะยิ่งทำให้เกิด Clash of Generations มากขึ้น ตนยืนหยัดว่าเราตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นเพราะต้องการหลอมรวมคนทุกกลุ่มของสังคมเพื่อออกจากความขัดแย้งชุดเดิมตลอด 13 ปีเพื่อเดินหน้าไปสู่อนาคตแบบใหม่ด้วยกัน ไม่ได้คิดว่าพรรคจะเป็นของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ดังนั้น การที่ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์แบบนี้ เท่ากับกีดกันคนกลุ่มหนึ่ง กีดกันเยาวชนคนหนุ่มสาวออกไปมากยิ่งขึ้น

“เรียนด้วยความปรารถนาดีจริงๆ สมมุติ ผมเป็น ผบ.ทบ. แล้วเห็นว่าทัศนคติของเยาวชนเป็นแบบนี้มากยิ่งขึ้นอย่างที่ท่านกังวล แทนที่จะผลักไสเขาออกไป หรือกล่าวหาว่าเขาถูกยุยงปลุกปั่น หรือบอกว่าเขาหลงผิดไปเชื่อเฟคนิวส์ ผมจะทำงานร่วมกับเขามากขึ้น และพูดคุยเพื่อหาจุดร่วมกันว่าสุดท้ายแล้วอนาคตของประเทศจะไปทางไหน ในอดีต หน่วยงานความมั่นคงเคยทดลองทำแบบนี้มาหลายครั้ง แต่สุดท้ายทุกคนก็เป็นเพื่อนร่วมชาติกัน จึงคิดว่ามาหาวิธีการกัน ดีกว่าจะโทษกันไปกันมาว่าใครถูกล้างสมองหรือถูกยุยงปลุกปั่น”