“รมช.มนัญญา”เตรียมปั้นคนรุ่นใหม่หัวใจเกษตร นำลูกหลานเกษตรกรคืนถิ่น สานต่ออาชีพการเกษตรจากพ่อแม่

46

“มนัญญา” เตรียมปั้นคนรุ่นใหม่หัวใจเกษตร สั่งการกรมส่งเสริมสหกรณ์จัดทำโครงการนำลูกหลานสมาชิกสหกรณ์และผู้ที่ต้องการกลับสู่บ้านเกิด เพื่อสานต่ออาชีพการเกษตรจากรุ่นพ่อแม่ จัดอบรมบ่มเพาะความรู้การทำเกษตรสมัยใหม่ ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมมาพัฒนาการผลิตและแปรรูป ตลอดจนประสานช่องทางตลาดจำหน่ายผลผลิต เพื่อให้มีรายได้สำหรับเลี้ยงดูครอบครัว พร้อมผลักดันสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมอาชีพการเกษตรที่มั่นคงให้เกษตรกรรุ่นใหม่ เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้-31 มกราคม 2563

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักอาชีพการเกษตรและต้องการกลับคืนสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด เพื่อสานต่ออาชีพการเกษตรของครอบครัว และมีเวลาอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวมากยิ่งขึ้น โดยจะสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมอาชีพการเกษตรที่มั่นคงให้กับคนรุ่นใหม่ และเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งในด้านการถ่ายทอดความรู้การทำเกษตร จัดหาปัจจัยการผลิต บริการเครื่องจักรและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ สนับสนุนโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนประกอบอาชีพ และแนะนำช่องทางการจำหน่ายผลผลิตสู่ตลาด โดยกรมฯ จะดำเนินโครงการ 3 ปี ระหว่างปี 2563-2565 ในการพัฒนาและบ่มเพาะอาชีพการเกษตร เพื่อให้เป็นเกษตรกรที่มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง

สำหรับผู้สมัครเข้าร่วมโครงการต้องเป็นผู้ที่มีความตั้งใจที่จะหันมาประกอบอาชีพทำการเกษตร ที่มีอายุไม่เกิน 50 ปี มีความสมัครใจและพร้อมที่จะกลับไปทำการเกษตรที่บ้านเกิด ต้องมีที่ดินเป็นของตัวเองหรือสามารถเช่าที่ดิน เพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้

โดยกรมฯ จะประสานหน่วยงานต่างๆ เข้ามาให้การสนับสนุนในด้านองค์ความรู้ในการทำการเกษตร ทั้งการปลูกพืชผัก เลี้ยงปลา และทำปศุสัตว์ ตามความประสงค์ที่แจ้งไว้ในใบสมัคร โดยจะใช้รูปแบบเกษตรผสมผสาน หรือใช้หลักทฤษฎีใหม่มาบริหารจัดการพื้นที่การเกษตร และส่งเสริมการทำเกษตรสมัยใหม่หรือเกษตรแม่นยำ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เน้นการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ ตลอดจนประสานภาคเอกชนจัดหาตลาดมารองรับผลผลิต พร้อมช่วยวางแผนการผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายที่จะสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่เข้ามาสานต่ออาชีพการทำเกษตร เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรไทยส่วนใหญ่มีอายุมากขึ้น ขณะที่คนรุ่นใหม่ที่เป็นลูกหลานนิยมไปทำงานในเมือง ทำให้ขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตร จึงอยากเชิญชวนลูกหลานเกษตรกรที่เป็นคนรุ่นใหม่กลับสู่บ้านเกิดไปทำอาชีพการเกษตรแบบสมัยใหม่ ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ มาพัฒนาการผลิตและการแปรรูปผลผลิตการเกษตร รวมถึงต้องมีการวางแผน รู้ว่าตลาดต้องการสินค้าชนิดไหน จำนวนเท่าไหร่ ผลิตแล้วจะนำไปขายให้ใคร เป็นการทำเกษตรที่เน้นคุณภาพ และกลับสู่บ้านเกิดเพื่อนำประโยชน์คืนสู่ท้องถิ่นตนเอง ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยเพื่อบริโภค ขายในประเทศให้เพียงพอ และส่งออกเป็นครัวโลก” รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว

ด้านนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา เกษตรกรส่วนใหญ่ทำเกษตรมา ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้มากขึ้น จึงต้องรีบดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาทำเกษตรแนวใหม่ เป็นเกษตรแบบแม่นยำ ทำน้อยได้มาก ไม่ต้องมีที่ดินเยอะ แต่เน้นผลิตสินค้าที่ตลาดต้องการ ตั้งแต่เปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา พบว่าคนสนใจเข้าร่วมโครงการแล้วเกือบ 5,000 คน ส่วนใหญ่กลุ่มอายุ 30-39 ปี จบวุฒิปริญญาตรี 60% ปริญญาโท 10% และมีปริญญาเอกเป็น ดร.19 คน ที่อยากกลับบ้านไปทำอาชีพเกษตร ซึ่งคนที่สมัครโครงการปัจจุบันเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ค้าขาย รับจ้าง และส่วนมากทำงานในกรุงเทพฯ อยากกลับไปทำอาชีพเกษตรในบ้านเกิดตนเอง ซึ่งหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องช่วยคนที่จะมาเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ออกไปทำเกษตรแล้วอยู่รอดได้ เราต้องสร้างความมั่นใจให้เขา ต้องมีชีวิตอยู่รอด ต้องประกอบอาชีพการเกษตรเป็นอาชีพหลักของเขาได้ สามารถมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว อันนี้เป็นหัวใจหลักของคนที่สมัครเข้ามาร่วมโครงการ ต้องให้เขามั่นใจว่าออกไปแล้วเขาจะกลับไปอยู่ในสังคมของการทำเกษตรและภูมิลำเนาเขาได้อย่างไร สิ่งสำคัญคือการอบรม ปรับเปลี่ยนสภาพจิตใจตนเองจากอาชีพงานประจำรับเงินเดือนไปทำอาชีพเกษตร มีการตัดสินใจเด็ดเดี่ยว หน่วยงานรัฐจะต้องไปช่วยผลักดันทำให้รอดอยู่ในอาชีพเกษตรสืบทอดได้ต่อไปในครัวเรือน

ส่วนแนวทางการขับเคลื่อนโครงการให้บรรลุเป้าหมาย จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เป็นภาคีทั้งภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง และหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน และสถาบันวิจัยต่างๆ ที่มีผลงานวิจัยด้านการเกษตรที่ดีๆ ก็จะนำมาถ่ายทอดให้คนกลุ่มนี้ และจะผลักดันให้สหกรณ์ในพื้นที่เข้ามาช่วยดูแลแนะนำเป็นพี่เลี้ยง บริหารจัดการแทนภาครัฐ ซึ่งคาดหวังไว้ว่าคนรุ่นใหม่ทั้งที่เป็นลูกหลานสมาชิกสหกรณ์หรือยังไม่เป็นก็ตาม จะสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตร และเข้ามาเป็นผู้บริหารหรือมีส่วนช่วยในการพัฒนาสหกรณ์ในภายภาคหน้า

สำหรับผู้ที่สนใจต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตรของกรมส่งเสริมสหกรณ์ยังเปิดรับสมัครไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2563 นี้ โดยสามารถกรอกใบสมัครผ่าน QR Code ทางเว็บไซต์กรมส่งเสริมสหกรณ์ www.cpd.go.th หรือทาง Line และ Facebook : กรมส่งเสริมสหกรณ์-CPD สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.02281 3292 หรือที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ และสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ และจะประกาศผลผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการในวันที่ 2 มีนาคม 2563 ทางเว็บไซต์ของกรมเสริมสหกรณ์ต่อไป