ส่องเส้นทาง 136 ปี ‘กิจการไปรษณีย์ไทย’ จากสื่อสารผ่านซองจดหมาย สู่บริการไปรษณีย์ดิจิทัล ที่สุดแห่งงานบริการที่อยู่เหนือกาลเวลา

26

​“กิจการไปรษณีย์ไทย” มีความผูกพัน เชื่อมโยง และเกี่ยวข้องกับชีวิตผู้คนมาอย่างยาวนาน กาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง ก้าวสู่ยุดดิจิทัลกิจการไปรษณีย์ไทยได้ปรับโฉม และเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ตลอดเวลา ด้วยจุดแข็งของบทบาทการเป็นผู้ให้บริการด้านการขนส่งโลจิสติกส์ของคนไทย ก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงมาทุกยุคทุกสมัย ซึ่งทุกวันนี้กล่าวได้ว่า “ไปรษณีย์ไทย” เป็นเสมือนประตูเศรษฐกิจและผู้ขับเคลื่อนโครงข่าย โลจิสติกส์ไทยที่เชื่อมโยงไปทั่วโลกตลอดเส้นทาง 136 ปี “กิจการไปรษณีย์ไทย” ยังถือได้ว่าเป็นพี่ใหญ่แห่งวงการสื่อสาร งานโลจิสติกส์ และบริการขนส่งแทบจะทุกรูปแบบ ทั้งยังช่วยตอบสนองเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจออนไลน์ (e – Commerce) และการเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ของผู้คนได้อย่างทันยุคทันสมัย ทั้งนี้ จากการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง ทำให้ ‘ไปรษณีย์ไทย’ กลายเป็นที่ยอมรับในเวทีนานาชาติ โดยเฉพาะมาตรฐานและการบริการที่ครอบคลุมทุกมิติ เชื่อมโยงโครงข่ายชีวิต และเศรษฐกิจไทยสู่สากล

• ปรับกลยุทธ์เด็ดพิชิตใจลูกค้า กับบริการไปรษณีย์ไทยที่ครอบคลุมทั่วโลก
ปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก มีความเข้มข้นและแข่งขันในตลาดสูงมาก ‘ไปรษณีย์ไทย’ จึงไม่เคยหยุดที่จะเร่งพัฒนาคุณภาพบริการเดิม และเพิ่มเติมบริการใหม่ ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกชีวิต ด้วยจุดแข็งการเป็นบริการโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมและใหญ่ที่สุดของไทย และการได้รับการยอมรับมาตรฐานการบริการในระดับนานาชาติ ด้วยการยกระดับคุณภาพบริการ EMS ในประเทศ ‘ส่งเช้าได้บ่าย ส่งบ่ายได้เช้าวันรุ่งขึ้น’ ลดระยะเวลาจากเดิม 2 – 3 วัน เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่ดีและรวดเร็วที่สุด ตามมาตรฐานของบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังพัฒนาบริการเพื่อสนับสนุนการเติบโตธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย สู่ตลาดต่างประเทศด้วยบริการส่งด่วนต่างประเทศ (EMS World) ไปยังปลายทาง 95 ประเทศทั่วโลก ‘บริการรับฝากส่งนอกสถานที่’ (Pick Up Service) สำหรับลูกค้าธุรกิจ หรือลูกค้าที่ต้องการส่งสิ่งของจำนวนมาก ไปรษณีย์ไทยสามารถเข้าไปให้บริการรับฝากได้ถึงที่ หรือหากส่งของชิ้นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น มอเตอร์ไซค์ ตู้เย็น ฯลฯ ก็ส่งได้ผ่านไปรษณีย์ไทยได้เช่นกัน

นอกจากนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ e – Commerce และเพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมผู้ใช้บริการยุคใหม่ ที่โดยมากเป็นกลุ่มผู้ขายสินค้าออนไลน์ที่ยังทำงานประจำในตอนกลางวัน และใช้เวลาหลังเลิกงานในการส่งของ ไปรษณีย์ไทยได้ขยายเวลาการให้บริการ เปิดให้บริการไปรษณีย์เที่ยงคืนที่ ไปรษณีย์สามเสนใน ไปรษณีย์สำเหร่ ไปรษณีย์จรเข้บัว ไปรษณีย์นนทบุรี และไปรษณีย์ 24 ชั่วโมง ที่เปิดให้บริการฝากส่งไม่มีวันหยุด ที่ไปรษณีย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์บริการศูนย์ไปรษณีย์ EMS หลักสี่ และล่าสุดที่ไปรษณีย์เดอะสตรีท ได้ขยายเวลาจากไปรษณีย์เที่ยงคืน เป็นการเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2562 นี้ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าไปรษณีย์ไทยคือ “เส้นเลือดใหญ่” ที่ทำให้คนไทยได้มีระบบขนส่งจากศักยภาพคนไทย ที่เชื่อมโยงโครงข่ายเศรษฐกิจไทยได้กว้างไกล ทั่วไทย ทั่วโลก ด้วยมาตรฐานสากล

• บริการที่เข้าใจทุกไลฟ์สไตล์ ไปรษณีย์ไทยครบจบทุกความต้องการในยุคที่การค้าขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ไปรษณีย์ไทยจึงเปิดบริการเก็บเงินปลายทาง หรือ (Cash on Delivery : COD) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทั้งพ่อค้าแม่ค้า และลูกค้าออนไลน์ อีกทั้งตอบโจทย์สังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society ด้วยแอปพลิเคชันที่สามารถใช้ในการโอน ถอน เติม จ่าย ได้ง่ายๆ ในแอปเดียว ที่ Wallet@Post รองรับบริการ COD เพิ่มความสะดวก ปลอดภัย ให้กับลูกค้าและผู้ค้า

• จับมือพันธมิตร ขยายจุดบริการให้ครอบคลุม
ไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาคุณภาพบริการเท่านั้น แต่ไปรษณีย์ไทยยังให้ความสำคัญกับการเข้าถึงลูกค้า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถใช้บริการไปรษณีย์ไทยได้ จึงเกิดเป็นความร่วมมือกันระหว่างไปรษณีย์ไทย และพันธมิตรต่างๆ ในการขยายจุดให้บริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั้งในห้างสรรพสินค้า สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ รวมถึงในพื้นที่ท่าอากาศยานทั่วประเทศยังมีตู้ให้บริการไปรษณีย์อัตโนมัติ หรือ APM เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวที่มีสิ่งของที่ไม่สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องได้ ก็ส่งไปรษณีย์ตามไปโดยไม่ต้องทิ้ง นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยได้ปรับการให้บริการให้สอดรับกับพฤติกรรมนักช้อปรุ่นใหม่ ให้สามารถเลือกเวลาและสถานที่รับหรือฝากส่งสิ่งของได้ด้วยตัวเอง ผ่านตู้ iBox หรือ BOX24 หรือรอไปรับหลายๆ ชิ้นพร้อมกันที่ตู้ไปรษณีย์ P.O. Box เรียกได้ว่าไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ไหน ไปรษณีย์ไทย ก็พร้อมไปอยู่เคียงข้างเสมอ

• เพิ่มสุขทั่วไทย จากไปรษณีย์ไทยสู่สังคม
ไปรษณีย์ไทยในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่ง และมีเครือข่ายกว้างไกลทั่วไทย ได้นำศักยภาพที่มีเข้ามาช่วยเหลือ ยังสนับสนุนการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนทั่วประเทศ เพื่อตอบแทนสังคมและคนในชุมชน ภายใต้การดำเนินงาน ‘ไปรษณีย์เพิ่มสุข’ เพื่อเป็นเครือข่ายความสุขจากชุมชนสู่คนไทย โดยไปรษณีย์ไทยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่มีความชำนาญในแต่ละด้าน รวมทั้งหน่วยงานราชการต่างๆ ในพื้นที่ ช่วยกันพัฒนาสินค้า พัฒนาธุรกิจชุมชน ซึ่งล่าสุดได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนานวัตกรรมลำไยอบกึ่งแห้งครั้งแรกของไทย เพื่อเป็นองค์ความรู้ให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยได้ต่อยอด แปรรูปผลผลิตที่แปลกใหม่ มีรสชาติดี ส่งออกสู่ตลาดทั้งในไทย และต่างประเทศ และไปรษณีย์ไทยยังเป็นเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่ไปรษณีย์ และเว็บไซต์ thailandpostmart.com

นอกจากนี้ ‘ไปรษณีย์ไทย’ ยังได้สนับสนุนเกษตรกร ด้วยการ ‘ช่วยขน ช่วยขายผลผลิตทางการเกษตร’ เพื่อกระจายสินค้าตรงสู่ผู้บริโภค และช่วยแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด เช่น การขนส่งมังคุดลานสกา จ.นครศรีธรรมราช 1 แสนกิโลกรัม โดยไม่คิดค่าจัดส่ง ขนส่งลำไยเกรดพรีเมียมจาก จ.ลำพูน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตลำไยที่ดีที่สุดในโลก พร้อมทั้งช่วยจำหน่ายผ่านที่ทำการไปรษณีย์ เว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทย ติดต่อกันเป็นเวลากว่า 9 ปี รวมแล้วกว่า 1,000 ตัน หมุนเวียนรายได้คืนกลับสู่เกษตรกรกว่า 50 ล้านบาท และภารกิจความร่วมมือกับสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ใน ‘โครงการปักจิตปักใจ’ ช่วยรับและส่งผลิตภัณฑ์จากผู้พิการทางสายตาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายไปยังผู้สั่งซื้อทั่วประเทศ แม้แต่ในช่วงที่มีภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม พายุ ไปรษณีย์ไทยก็พร้อมส่งต่อความช่วยเหลือไปให้ถึงพื้นที่นั้นๆ ทันที ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

• ‘ไปรษณีย์ไทย’ กิจการของคนไทยเพื่อคนไทย และบริการด้วยหัวใจอย่างแท้จริง กว่า 136 ปี ที่ ‘กิจการไปรษณีย์ไทย’ อยู่เคียงข้างและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากกรมไปรษณีย์โทรเลข สู่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ด้วยประสบการณ์อันยาวนาน ผสานพลังการพัฒนาศักยภาพการให้บริการอย่างไม่หยุด จึงเป็นจุดแข็งที่ทำให้ไปรษณีย์ไทยยืนหนึ่งด้านโลจิสติกส์ ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับทั่วโลก ด้วยมาตรฐานการบริการระดับสากล ไปรษณีย์ไทยได้สั่งสมความเก๋าและถ่ายทอดความเชี่ยวชาญในการเป็นผู้นำด้านบริการขนส่งและโลจิสติกส์ จากรุ่นสู่รุ่นมา รักษากลิ่นอายความเป็นไปรษณีย์ไทยที่เป็นมิตร ใกล้ชิดชุมชน เป็นมากกว่าการขนส่งสิ่งของ แต่คือการบริการด้วยหัวใจ และเป็นกิจการไปรษณีย์ไทย ที่เคียงข้างสังคม ดั่งพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงริเริ่มกิจการไปรษณีย์ไทย เพื่อพสกนิกรได้ติดต่อสื่อสาร มีเครือข่ายโยงใย ทั่วไทย ทั่วโลก

แม้การเปลี่ยนแปลงกว่า 136 ปี สู่ปัจจุบัน ไปรษณีย์ไทยผสานความโมเดิร์นของเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่บริการครบวงจร แต่เรายังคงยึดหัวใจแห่งการเป็นกิจการขนส่งและโลจิสติกส์เพื่อคนไทย จากศักยภาพของคนไทย พร้อมที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของทุกคน ทุกกิจกรรม ด้วยบริการที่หลากหลาย รองรับทุกไลฟ์สไตล์ เติมรอยยิ้มให้กับทั้งผู้ส่งและผู้รับ ด้วยความแข็งแกร่งของไปรษณีย์ไทยที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ฝังรากแห่งความผูกพันลงในหัวใจคนไทยทุกคนมายาวนาน และจะยืนหยัดเป็น ‘กิจการไปรษณีย์ไทย’ จากศักยภาพ คนไทย เพื่ออยู่ในใจคนไทยตลอดไป