นักวิชาการแนะไทยเพิ่มพลังงานหมุนเวียนแก้วิกฤติไฟฟ้า เตือน “เอ็นจีโอ” หยุดบิดเบือนข้อมูลพลังงานทำสังคมสับสน

65

นักวิชาการด้านพลังงานห่วงไทยประสบวิกฤติพลังงานไฟฟ้า ชี้ไทยใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าสูงถึง 58% และต้องนำเข้าก๊าซกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี หนุนภาครัฐและเอกชนเพิ่มการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมตั้งวอร์รูมตอบโต้เอ็นจีโอมั่วข้อมูลพลังงานผ่านโซเชียลมีเดีย

นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน กล่าวในงานเสวนาโครงการสร้างเครือข่ายสื่อมวลชนไทยใส่ใจทางเลือกใหม่พลังงานไฟฟ้าว่า สถานการณ์พลังงานของไทยขณะนี้ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศในปริมาณสูงทุกปี เนื่องจากไทยมีทรัพยากรปิโตรเลียมค่อนข้างจำกัด ต้องนำเข้าพลังงานทุกประเภทมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี ส่วนการส่งออกมีเพียง 3 แสนล้านบาทต่อปี แต่ยังมีกลุ่มบุคคลให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนในทำนองว่า ไทยเรามีการสำรองปิโตรเลียมในจำนวนที่มาก ไทยเรามีท่อก๊าซในทะเลยาวที่สุดในโลก ซึ่งเป็นความจริงด้านเดียว เนื่องจากประเทศอื่นๆส่วนใหญ่จะมีท่อก๊าซบนบก นับว่าเป็นการยกสถิติตัวเลขบางส่วนมาเผยแพร่ผ่านโชเชียลมีเดีย ทำให้ประชาชนที่ไม่เข้าใจเรื่องพลังงานคล้อยตาม เกิดกระแสคัดค้านการให้สัมปทานขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยมาอย่างต่อเนื่องนายมนูญ กล่าวอีกว่า จากการให้ข้อมูลด้านพลังงานไม่ครบถ้วนของกลุ่มเอ็นจีโอ สร้างปัญหาด้านความมั่นคงทางพลังงานขึ้นในไทย ทางภาครัฐโดยกระทรวงพลังงานควรเร่งตั้งหน่วยงานอิสระในลักษณะคณะทำงานด้านศูนย์ข้อมูลข่าวสารพลังงาน เพื่อเป็นวอร์รูมตอบโต้ด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่สำคัญต้องรวดเร็วชนิดที่ว่าตอบโต้กันทีละประเด็นไปเลย ทั้งนี้เพื่อป้องกันกลุ่มบุคคลดังกล่าวนำข้อมูลที่บิดเบือนไปเผยแพร่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดนายมนูญ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับการผลิตไฟฟ้าภายในประเทศยังคงต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูงถึง 58% รองลงมาเป็นการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน 17% โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติยังคงต้องนำเข้ากว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี ในขณะที่รัฐบาลเพิ่งให้สัมปทานแหล่งบงกช-เอราวัณเมื่อไม่นานมานี้ในลักษณะการแบ่งปันผลประโยชน์ ซึ่งนับเป็นสัมปทานรอบที่ 21 ส่วนการให้สัมปทานรอบใหม่รอบที่ 22 ขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้น แต่คาดว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการในอีกไม่ช้านักวิชาการด้านพลังงาน กล่าวย้ำว่า สื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง สามารถนำเสนอพลังงานทางเลือกให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณะ โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์และขยะ ขณะที่ประเทศไทยเรามีความพร้อมในทรัพยากรดังกล่าว หากรณรงค์ให้มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างเป็นระบบ สามารถแก้วิกฤติการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าได้ในระดับหนึ่ง.