ชาวนา อ.วังน้อย ได้เข้าขอน้ำจากบ่อพักน้ำ จากกิจการบ่อดินในเขต อ.วังน้อย เพื่อนำน้ำมาเติมลงแปลงข้าวนาปรังที่เริ่มออกรวง ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

12

วันที่ 26 พ.ย. 62 ชาวนาในเขต อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา กำลังเริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง มากขึ้นทุกวัน ด้วยเพราะต้นข้าวนาปรัง ที่เริ่มตั้งท้องออกรวง พบปัญหาขาดแคลนน้ำ ซึ่งหากไม่มีน้ำเข้ามาในช่วงนี้ อาจทำให้ไส้ลำต้นข้าวขาด และรวงข้าวที่ออกนั้น จะไม่เป็นเมล็ดข้าวที่สมบูรณ์ กลายเป็นเมล็ดข้าวลีบไม่มีเนื้อ

โดยนายบุญมี คงสมฤทธิ์ อายุ 49 ปี ซึ่งทำนาปรัง 40 ไร่ ได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อความอยู่รอด โดยได้นำน้ำจากบ่อพักน้ำ ของกิจการบ่อดินในพื้นที่หมู่ 11 ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย ไปตรวจสอบค่าความเป็นกรดด่าง พบมีค่าเพียง 0.1 % เท่านั้น ซึ่งประมาณนี้ ไม่เป็นอันตรายต่อต้นข้าว จึงได้เข้าไปขออนุญาตเจ้าของบ่อดิน เพื่อสูบน้ำเข้าแปลงนาข้าวที่อยู่ติดกับบ่อพักน้ำ พร้อมกับเสนออีกว่า ให้สูบน้ำจากบ่อพักน้ำแห่งนี้ ลงไปในลำคลอง และชาวนาจะได้สูบน้ำส่งต่อ เข้าแปลงนาของตัวเอง เพื่อไปกู้พื้นคืนสภาพต้นข้าว ที่ได้รับผลกระทบขาดแคลนน้ำ

ด้านนายสุพจน์ มะหนิ อายุ 50 ปี เจ้าของบ่อดินบังฮิม เปิดเผยว่า ยินดีไม่มีปัญหาอะไร หากชาวนาจะเอาน้ำในบ่อพักน้ำไปใช้ และล่าสุดมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐและแกนนำชาวนา เข้ามาสำรวจตรวจสอบค่าความเป็นกรดด่างแล้ว ถือว่าใช้ได้ ซึ่งน้ำในบ่อพักนี้ ตนเองทำเป็นลำคลองกว้างประมาณ 5 เมตร ยาวล้อมรอบบ่อดินของตนเองที่มีขนาดกว่า 100 ไร่ โดยตนเองได้สูบขึ้นมาจากบ่อดินเข้ามาพักในบ่อพักน้ำที่มีสภาพเป็นคลองรอบบ่อดินนี้นานเป็นเดือนแล้ว แต่อย่างไรก็ตามตนเองขอให้มีการทำบันทึกข้อตกลงต่อเจ้าหน้าที่ว่า ชาวนาเต็มใจมาขอน้ำไปใช้เอง และตนเองก็เต็มใจให้ใช้น้ำฟรี ซึ่งทั้งหมดเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันยามขาดแคลนน้ำ