“กลุ่มอัลมาส” ต้นแบบผลิตน้ำมันกฤษณาที่มีคุณภาพโกอินเตอร์ บุกตลาดตะวันออกกลาง โกยรายได้หลักล้านต่อปี

32

“กลุ่มอัลมาส” ต้นแบบผลิตน้ำมันกฤษณาที่มีคุณภาพโกอินเตอร์ บุกตลาดตะวันออกกลาง ฟุ้งโกยรายได้หลักล้านต่อปี

จังหวัดตราด เป็นอีกจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกที่เชื่อกันว่ามีไม้กฤษณาหรือไม้หอมที่มีคุณภาพ โดยปัจจุบันพบว่ากลุ่มเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเขาสมิง ใช้ชื่อว่า “กลุ่มอัลมาส” ทำอาชีพปลูกไม้กฤษณา เพื่อผลิตน้ำมันกฤษณาส่งออกต่างประเทศในแถบตะวันออกกลาง หรือกลุ่มประเทศอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งนิยมชมชอบกลิ่นไม้หอมกฤษณาของประเทศไทยมายาวนาน

โดยชิ้นไม้กฤษณา หรือที่ชาวบ้านเรียกไม้สับ หรือส่วนที่เป็นสีน้ำตาลดำในเนื้อไม้สีขาว จะนำมาสับเป็นชิ้นๆ ตากแห้งแล้วนำมาขาย จะใช้วิธีการต้ม กลั่น ทำน้ำมันหอมระเหย ส่วนราคาจะขึ้นอยู่กับว่ามีสีดำ สีน้ำตาล ในเนื้อไม้มากน้อย หนาบางแค่ไหน

การผลิตน้ำมันหอมระเหยให้ได้คุณภาพอย่างแรกขึ้นอยู่กับเนื้อไม้สีดำ สีน้ำตาล มีมากน้อยเพียงใด ถ้าหนามากจะได้น้ำมันมาก โดยธรรมชาติไม้กฤษณาจะไม่มีน้ำมัน ซึ่งแตกต่างจากพืชอื่นๆ หรือดอกไม้ชนิดอื่นๆ ที่มีน้ำมันอยู่ในตัวเลย แต่ถ้ามีแมลงไปรบกวน หรือเอาสว่านไปเจาะตรงเนื้อไม้ ก็จะมีน้ำมันไหลซึมออกมา หรือที่เรียกว่า เรซิ่น ซึ่งเป็นสารหอม ในเนื้อไม้กฤษณา ต้องใช้เวลา 8-10 ปี จึงจะได้น้ำมันที่มีคุณภาพดี ยิ่งปลูกไว้นานหลายปีก็ยิ่งดี จะทำให้เนื้อไม้แข็ง น้ำมันก็จะมีกลิ่นหอมมาก

สำหรับกระบวนการผลิตน้ำมันกฤษณา เริ่มจากการตัดไม้กฤษณาส่วนที่มีสีดำหรือสีน้ำตาล นำมาหั่นเป็นท่อนๆ แล้วนำไปตากแดด พอแห้งดีแล้วก็นำไปบดให้ละเอียด แล้วใส่ถังหมักทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน-1 เดือน หลังจากนั้นนำไปตากแดดเพื่อไล่ความชื้น พอแห้งดีแล้วจึงน้ำไปต้มในอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส จนกว่าจะสกัดออกมาเป็นน้ำมันกฤษณาตามที่ต้องการ

นายสมัคร แสงศรี (สุลัยมาน) ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรอัลมาส จำกัด เล่าว่า สมัยก่อนไม่มีการปลูกไม้กฤษณาในพื้นที่อำเภอเขาสมิงหรอกครับ แต่สมัยนี้เกษตรกรนิยมปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยคิดค้นเอาสว่านไปเจาะในเนื้อไม้ ใช้วิธีธรรมชาติที่สุด ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนได้มากทีเดียว

เมื่อก่อนผมทำงานเป็นล่ามอยู่ที่ รพ.บำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงเทพมหานคร ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักน้ำมันกฤษณาเลย บังเอิญมีลูกค้าชาวต่างชาติมาชักชวนให้ผมพาไปซื้อ และไปดูโรงงานผลิตน้ำมันกฤษณาที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งตอนนั้นน้ำมันกฤษณามีราคาแพงมาก ประมาณ 5,000-7,000 บาทต่อโตร่า ตรงนี้แหละจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมตัดสินใจลาออกจากงานที่กรุงเทพฯ แล้วหันมาทำอาชีพปลูกไม้กฤษณาอย่างจริงจัง พร้อมกับศึกษาวิธีการทำไม้หอมกฤษณา และลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ เพื่อให้ได้น้ำมันกฤษณาที่มีคุณภาพดีกว่าประเทศอื่นๆ โดยการปลูกไม้กฤษณาผสมผสานกับพืชชนิดอื่นๆ ด้วย อย่างเช่น มังคุด ทุเรียน ลองกอง ยางพารา ฯลฯ

ปัจจุบันได้จัดตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตรอัลมาส จำกัด หรือกลุ่มอัลมาส ดำเนินการในรูปแบบสหกรณ์ มีสมาชิก 113 คน ซึ่งเป็นสหกรณ์กลุ่มเล็กๆ ที่ดูแลกันเอง อยู่กันแบบพี่น้องชาวมุสลิม และส่งเสริมให้มีการออม โดยทางกลุ่มไม่มีนโยบายให้กู้ยืมเงินลงทุน แต่จะสนับสนุนให้ซื้อเครื่องมือเครื่องจักร หรืออุปกรณ์ทางการเกษตรเพื่อไว้ใช้ทำกิน โดยสหกรณ์จะเป็นผู้จัดซื้อให้และบวกกำไร 10% หลังจากนั้นก็ให้สมาชิกชำระเป็นเงินผ่อน จนกว่าจะหมด

ผจก.สหกรณ์การเกษตรอัลมาส จำกัด กล่าวด้วยว่า ทุกวันนี้ต้นทุนการผลิตน้ำมันกฤษณาสูงขึ้นมาก ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากราคาก๊าซ ค่าจ้างแรงงาน กิ่งไม้กฤษณาที่แพงขึ้น จึงทำให้เกิดต้นทุนสะสม ขณะที่ราคาขายน้ำมันกฤษณาอยู่ที่ 2,500 บาทขึ้นไป มูลค่าส่งออกปีละ 700-800 โตร่า หากคิดเป็นเงินไทยก็เกือบ 2 ล้านบาทต่อปี แค่พอมีพอกิน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับตลาดและคุณภาพของกลิ่นน้ำมันกฤษณาด้วย โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักในประเทศตะวันออกลางหรือกลุ่มประเทศอาหรับเอมิเรตส์

โดยเมื่อวันที่ 15 พ.ย.2562 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นเยี่ยมชมกระบวนการผลิตน้ำมันกฤษณา ณ โรงกลั่นน้ำมันกฤษณาของกลุ่มอัลมาส ณ มัสยิดนูรุ้ลฮิดายะห์ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด โดยเน้นย้ำให้เกษตรกรกลุ่มอัลมาสยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิดดังกล่าวด้วย พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาเครื่องมือเครื่องจักร และอุปกรณ์ทางการเกษตรให้กับเกษตรกรอย่างเร่งด่วน เพื่อทดแทนการใช้สารเคมีดังกล่าว

ขณะที่ นายสมัคร กล่าวเสริมว่า อยากจะเสนอให้กระทรวงเกษตรฯ จัดหาเครื่องมือเครื่องจักรทางการเกษตรในราคาที่ถูกลงกว่านี้ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงเครื่องมือเครื่องจักรมากที่สุด ซึ่งขณะนี้เกษตรกรส่วนใหญ่ก็เริ่มปรับตัวลดใช้สารเคมีกันบ้างแล้ว ในส่วนของผมก็ใช้วิธีการเลี้ยงวัวแล้วปล่อยให้กินหญ้าภายในสวนยางพารา หรือสวนผลไม้ ซึ่งเป็นการกำจัดวัชพืชอีกทางหนึ่ง โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าหญ้า