จัดเตรียมสถานที่รับเสด็จพระสันตะปาปา

60

ที่วัดนักบุญเปโตรได้จัดเตรียมสถานที่รับเสด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสกว่าว 90 เปอร์เซ็นแล้วโดยเรื่องการประดับธงทำความสะอาดเจ้าหน้าที่ EOD พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ภ.โพธิ์แก้วรับผิดชอบเข้าตรวจสอบพื้นที่ความปลอดภัยให้เรียบร้อยก่อนที่สมเด็จพระสันตะปาปาจะเสด็จมาในวันที่ 22 พ.ย.62 ใช้ตำรวจมากกว่า 6,000 นาย

วันที่ 20 พ.ย.62 ที่วัดนักบุญเปโตร ต.ท่าข้าม อ.สามพราน จ.นครปฐม ได้มีการจัดเตรียมสถานที่การรับเสด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ที่จะเสด็จเยือนในวันที่ 22 พ.ย.62 เวลา 10.00 น. ขณะนี้สถานที่มีความพร้อมไปกว่า 90 เปอร์เซ็นแล้ว ตลอดทั้งวันจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจของ ส.ภ. โพธิ์แก้ว พร้อมเจ้าหน้าที่ EOD เข้ามาตรวจสอบความปลอดภัย ส่วนเรื่องจัดเตรียมในเรื่องของการทำความสะอาดติดธงตามเส้นทางการเสด็จนั้นเป็นเรื่องของทางองค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม และในวันพรุ่งนี้ตั้งแต่เช้าก็จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครปฐมและมีการระดมกำลังตำรวจอีก 3 จังหวัดมากกว่า 500-600นาย เข้ามาเตรียมความพร้อมไปจนถึงวันที่ 22 พ.ย.62 เลยทีเดียว

และในการเสด็จเยือนประเทศไทยจนมาถึงวัดนักบุญเปโตรกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 6,000 นาย เนื่องจากว่าจะมีคริสต์ชนจากหลายประเทศเข้ามารับเสด็จเกือบ 20,000 คน โดยทางวัดนักบุญเปโตรจะเปิดประตูให้เข้าตั้งแต่เวลา 05.30 น. เป็นต้นไป และขอความกรุณาขอให้นำรถไปจอดในที่ๆ ทางวัดได้จัดเตรียมเอาไว้ให้เท่านั้น จะไม่มีการอนุญาติให้นำรถเข้าไปอย่างเด็จขาด เพราะเนื่องจากว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการปิดถนนเส้นเพชรเกษมตั้งแต่ปากทางเข้าวัดเทียนดัดไปจนถึงทางเข้าวัดนักบุญเปโตรและตลอดทั้งเส้นไปจนถึงวัดนักบุญเปโตร เพื่อให้เป็นการเรียบร้อย

เพื่อรอพบกับคณะบาทหลวง นักบวช ครูคำสอน ตลอดจนบรรดาบิชอปของไทยและเอเชีย โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะทำงานเตรียมความพร้อมของวัดนักบุญเปโตรได้จัดเตรียมสถานที่รับเสด็จโดยประดับธงนครรัฐวาติกันตลอดสองข้างทาง รวมทั้งติดตั้งรูปภาพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ภายในวัดนักบุญเปโตรได้มีการทำความสะอาด และประดับตกแต่งดอกไม้บนพระแท่นพิธี

ในการรับเสด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสครั้งนี้เป็นระยะเวลา35 ปี ที่ชาวคริสตังได้รับเสด็จอีกครั้งเป็นความปราบปลื้มยินดีของชาวคริสตัง ส่วนสำหรับวัดนักบุญเปโตร เป็นศูนย์กลางชุมชนชาวคริสต์ในจังหวัดนครปฐมที่มีความหนาแน่นเป็นอันดับ 2 รองจากชุมชนท่าแร่ จังหวัดสกลนคร นอกจากนี้ยังมีบ้านอบรมหรือบ้านของคณะนักบวชมากที่สุดในประเทศไทย

บาทหลวงอนุสรณ์ แก้วขจร ผู้จัดการสักการสถานบุญราศีนิโคลาสกล่าวว่า บุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง พระสงฆ์และมรณสักขี พระองค์ได้มีพระเมตตาเรียกคุณพ่อนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง ให้มารับใช้พระองค์ในฐานะพระสงฆ์และทำงานในพันธกิจ ของพระเยซูคริสต์เจ้า ในการไถ่กู้โลกให้รอดพระเยซูคริสเจ้า เคยตรัสว่าไม่มีใคร มีความรักยิ่งใหญ่กว่าการสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย คุณพ่อนิโคลาส ได้แสดงความรักดังกล่าวในช่วงเวลาแห่งความยุ่งยากของพระศาสนจักร ในภูมิภาคนี้

คุณพ่อได้ตอบสนองพระกระแสเรียกของพระองค์อย่างซื่อสัตย์และอุทิศตนเพื่อความรอดของเพื่อนมนุษย์อย่างเข้มแข็ง ไม่ย่อท้อถูกเบียดเบียนและอยู่จองจำจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เป็นพระกรุณาหาที่สุดมิได้ที่พระองค์โปรดให้พระศาสนจักรประกาศรับรองความศักดิ์สิทธิ์ของคุณพ่อและยกย่องคุณพ่อให้เป็นบุญราศี ในปีปิยมหาการุณย์คริสตศักราช 2000 ต่อหน้าประชากรทั้งมวลเพื่อว่าคริสตชน ชาวไทยจะได้มีแบบอย่างอันใกล้ชิดของชีวิตอันงดงาม แห่งความเชื่อ และความศรัทธาภักดีต่อพระองค์ จะได้บังเกิดแรงบันดาลใจ ที่จะยึดถือคุณพ่อเป็นแบบฉบับ

ข้าพเจ้าทั้งหลายขอขอบพระคุณพระองค์สำหรับคุณูปการ ประเสริฐสุดนี้ขอให้พระเกียรติอันยิ่งใหญ่ของพระองค์จงเผยแผ่ไปทั่วพิภพขณะเดียวกันข้าพเจ้าทั้งหลายขอวิงวอนพระองค์ ทรงพระกรุณาโปรดให้คุณพ่อได้รับการประกาศเป็นนักบุญในศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์สักวันหนึ่งภายหน้าด้วย และขอพระองค์ได้โปรดประทานพรที่ข้าพเจ้าทั้งหลายประสงค์ได้รับผ่านทางคุณพ่อด้วยเถิด

ประวัติคุณพ่อ บุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง เกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม คริสตศักราช 1895 และรับศีลล้างบาปวันที่ 5 กุมภาพันธ์ คริสตศักราช 1895 ที่วัดนักบุญเปโตร สามพรานนครปฐมรับศีลบวชเป็นพระสงฆ์โดยพระสังฆราช เรอเน แปร์รอส วันที่ 24 มกราคม คริสตศักราช 1926 ที่อาสนวิหารอัสสัมชัญบางรักกรุงเทพฯ

ทำงานอภิบาลที่วัดหลายแห่งนั่นคือ วัดแม่พระบังเกิดบางนกแขวก วัดเซนต์นิโคลาส พิษณุโลก วัดในเขตเชียงใหม่ และลำปาง วัดแม่พระเมืองลูร์ดโคราช และวัดนักบุญเทเรซา โนนแก้ว ท่านถูกจับในวันสมโภชพระพุทธเจ้าแสดงองค์หลังจากประกอบศาสนกิจที่วัดนักบุญยอแซฟ บ้านหัน เมื่อวันที่ 12 มกราคม คริสตศักราช 1941 ในข้อหาเป็นแนวที่ถูกตัดสินจำคุก 15 ปีระวังอยู่ในคุกที่เรือนจำกลางบางขวาง เป็นปีที่ 3 ท่านป่วยเป็นวัณโรคเป็นเวลา 9 เดือนและถึงแก่มรณภาพในคุกนั่นเองเมื่อวันที่ 12 มกราคม คริสตศักราช 1914 รวมอายุ 49 ปีศพของท่านถูกนำไปฝังไว้ที่วัดบางแพรก ซึ่งเป็นวัดพุทธที่อยู่ใกล้เรือนจำจากนั้นในเดือนมีนาคม พระสังฆราช จึงได้รับอนุญาตให้นำศพของท่านมาฝังที่อาสนวิหารอัสสัมชัญบางรักกรุงเทพท่านเป็นพระสงฆ์ที่เอาใจใส่งานอภิบาลมีใจเมตตาต่อคนยากจนและมีความกระตือรือร้นในงานธรรมทูต ระหว่างที่อยู่ในคุกท่านได้สอนคำ สอนและโปรดศีลล้างบาปให้นักโทษด้วยกันที่ใกล้ตายจำนวน 68 คน

พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัยกิจบุญชู ได้เสนอกรณีของท่านให้สมณะกระทรวงการสถาปนานักบุญพิจารณา หลังจากตรวจสอบอย่างถ้วนถี่ ชัดแจ้งว่าท่านเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ พลีชีพเพราะเห็นแก่ความเชื่อในพระเป็นเจ้า สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 ได้ประกาศรับรองความศักดิ์สิทธิ์ของท่านเมื่อวันที่ 27 มกราคม คริสตศักราช 2000 และประกอบพิธีสถาปนาเป็นบุญราศีมรณะสักขีในวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม คริสตศักราช 2000 ณ มหาวิหารนักบุญเปโตรกรุงโรมประเทศอิตาลี