บก.ปคบ.บุกจับหมอคลินิกรักษาดวงตาเถื่อนเรียกเก็บลูกค้าหัวละ 5,000 บาทอ้างทำมา 3 ชั่วอายุคน

19

เมื่อเวลา 11.30น.วันที่ 20 พ.ย.พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ ภกญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปคบ เจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมหมายค้นบุกค้นบ้านเลขที่ 79/217 หมู่บ้านศุภาลัยวิลล์ ซอยเพชรเกษม 48 แยก16 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม. หลังสืบทราบว่า ตั้งเป็นคลินิกเถื่อนรักษาโรคด้านดวงตาชื่อ “พัฒนาสายตา บำบัดดวงตาศาสตร์จีน”

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว สูง 2 ชั้น ปลูกในรั้วรอบขอบชิดบนเนื้อที่ประมาณ 60 ตารางวา จากการตรวจสอบบริเวณชั้นที่ 1 พบคนไข้จำนวน 3-4 คน กำลังรับการรักษาโดยนอนอยู่บนเปลที่นอนและใช้ผ้าก๊อซปิดแผลชุบน้ำยาสีเหลืองไม่ทราบชนิดปิดไว้บริเวณดวงตา ขณะที่อีกจำนวนหนึ่งราว 5 คน นั่งรอบริเวณโซฟาเพื่อรอการรักษาโดยมี น.ส.วรรณรัฏฐ์ ธีทัตติณห์ อายุ 43 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านเจ้าของคลินิกและเป็นผู้ทำการรักษา จากการตรวจค้นพบอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ เข็มชนิดใช้ฝังและยาหยอดตาที่ไม่มี อย. ยาน้ำบางตัวที่ไม่มีฉลาก รวมถึงยาลูกกลอน ไม่มีฉลากจำนวนมาก และเมื่อขอดูเอกสารการขออนุญาตเปิดสถานพยาบาลและใบประกอบการรักษาโรค จาก น.ส.วรรณรัฏฐ์ ก็ไม่สามารถนำมาให้เจ้าหน้าที่ดูได้แต่อย่างใด

นพ.ธเรศ เผยว่า สถานที่ดังกล่าวได้รับการร้องเรียนจากผู้ที่มาเคยใช้บริการและได้ไปแจ้งความไว้ที่ บก.ปคบ.เนื่องจากมีการเข้ารับการรักษาแล้วดวงตาเกิดติดเชื้อ ทาง บก.ปคบ. อย.และสบส.จึงได้ทำการสืบในทางลับกระทั่งมีข้อมูลเพียงพอจึงทำการเข้าจับกุมในวันนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีใบประกอบสถานบริการหรือคลินิกเถื่อน และผู้ที่รักษาไม่มีประกอบโรคในศาสตร์ด้านใดเลยหรือเป็นหมอเถื่อนนั้นเอง

ด้าน ภกญฺ สุภัทรา เผยว่า ในการตรวจค้นในวันนี้ ในส่วนของ อย.พบว่าทีการใช้ยาน้ำที่ไม่มีฉลากระบุและ ยาลูกกลอนที่ไม่มีฉลาก ยาหยอดตาที่ไม่มีการขึ้นทะเบียน จึงมีความผิดในฐานความผิด ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาและจำหน่ายและไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายยา จึงอยากเตือนประชาชนที่ใช้การรักษาในลักษณะแบบนี้มีอันตรายมากเนื่องจากเราไม่สามารถทราบถึงตัวส่วนผสมที่นำมาใช้ทำยาลูกกลอนได้เลย ร่วมถึงยาหยอดตาที่ไม่ได้มีการเก็บในวิธีการปลอดเชื้อ หากมีการหยอดในตาที่มีแผลก็อาจทำให้ติดเชื้อได้

ขณะที่ น.ส.วรรณรัฏฐ์ ให้การอ้างว่า. ศาสตร์แผนจีนดังกล่าว ครอบครัวตนใช้รักษาคนที่มีปัญหาตา ทุกชนิดมากว่า 3 ชั่วอายุคนโดยจะใช้สมุนไพรจากประเทศจีนทั้งหมด มีการคิดค่าบริการ5,000 บาท ต่อคนรักษาจนอาการหาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่ายาสมุนไพรที่มีราคาแพง บ้านหลังนี้เปิดรักษามาแล้วประมาณ 2 ปี ส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาจะมีพวกที่ได้รับการบอกต่อปากต่อปากและจากในโซเชียลด้วย การรักษาแบบนี้ตนก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันผิดกฎหมายแต่ทำเพราะอยากช่วยคนให้หาย และก็พยายามเรียนแพทย์แผนไทยอยู่แต่ยังไม่จบ สำหรับการรักษานั้นไม่มีการรักษาที่ไปยุ่งกับดวงตาเลยส่วนใหญ่จะเป็นการใช้เข็มสะกิดเส้นที่ไหล่แปะยาที่หัวแม่เท้า ส่วนที่มีการนำผ้าก๊อซปิดแผลปิดที่ตานั้นเป็นการชุบสมุนไพรนำไปปิดที่ตาเพื่อให้ผ่อนคลายเพียงเท่านั้น

จากการสอบถาม นายสมศักดิ์ ซัดเลาะรามา อายุ 65 ปี หนึ่งในผู้ที่รับการรักษาเผยว่า ตนรู้จักการรักษาแบบนี้และรักษามากว่า 20 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้มีปัญหาตาพร่าฟางมองไม่ค่อยเห็นต้องใส่แว่นอยู่ตลอด และได้รับการรักษากับคุณพ่อของ น.ส.วรรณรัฏฐ์ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งครั้งแรกก็เห็นผลเลยจนตนไม่ต้องใส่แว่นอีกต่อไป เทียบกันแล้วอาการดีขึ้นกว่าตอนรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันอีก โดยที่นี่จะไม่มีการยุ่งเกี่ยวกับดวงตาเลยทำแต่ใช้เข้มสะกิดเส้นที่ไหลทั้ง 2 ข้าง ประคบตาให้ผ่อนคลาย และใส่ยาปิดไว้ที่หัวแม่เท้า.มีการหยอดตาและกินยาลูกกลอนในบางครั้ง สำหรับ น.ส.วรรณรัฏฐ์ ตนเพิ่งทราบข่าวว่าได้มาเปิดอยู่ที่บ้านหลังนี้เลยจะมาปรับจูนสายตาให้ดีขึ้น ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 และใช้เวลาต่อครั้งไม่เกิน 1 ชม.

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว น.ส.วรรณรัฏฐ์ พร้อมยึดของกลางทั้งหมดไปสอบสวนต่อที่ บก.ปคบ.ก่อนจะแจ้งข้อหา ประกอบกิจการและดำเนินการสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต,ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต,จำหน่ายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำหรับยา,ประกอบโรคศิลปะโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต,จำหน่ายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป