กรณีการช่วยเหลือนายสิงห์แก้ว วงค์ใหญ่ ถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ ใน สปป.ลาว

9

ตามที่ ด่าน ตม.เชียงแสน ได้รับการประสานจาก สภ.เชียงแสน กรณี น.ส. รสริน วงค์ใหญ่ บุตรสาวของนาย สิงห์แก้ว วงค์ใหญ่ นักธุรกิจ ค้าสัตว์ ระหว่างประเทศไทย สปป.ลาว ให้ประสานกับทางการประเทศ สปป.ลาว เพื่อขอให้ช่วยเหลือ เนื่องจาก เมื่อวันที่ 28 กค 62 เวลาประมาณ 1220 น นายสิงห์แก้ว ฯ ได้เดินทางไปยัง สปป.ลาว เพื่อเจรจาธุรกิจกับหุ้นส่วนที่จะร่วมกันสร้างโรงฆ่าสัตว์ใน สปป.ลาว โดยข้ามแดนทางเรือ ไปขึ้นที่ท่าเรือ คิงส์โรมัน. จากนั้น มีนายสวาท สัญชาติลาว นำรถมารับนายสิงห์แก้วฯ เพื่อพาไปพบ นายจุ๋ม และจะพาไปพบกับนักธุรกิจจากจีน (สิบสองปันนา) แต่ระหว่างเดินทาง ได้มีชาวจีน ขับรถปาดหน้า. ชิงเอาตัวนายสิงห์แก้วฯไป แล้วต่อมา มีการส่งคลิปวีดีโอ ผ่านโทรศัพท์นายสิงห์แก้วฯ มาให้ น.ส. รสริน ฯ เพื่อให้โอนเงินไปให้ ยอดเงินห้าล้านบาท พร้อมบอกหมายเลขบัญชีคนไทย ที่ไปทำธุรกิจที่คิงส์โรมัน โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวไปแล้วบางส่วน จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว จึงได้สั่งการให้ สตม.จัดทีมสืบสวน ทั้งจากส่วนกลาง. และในพื้นที่ ให้เข้าร่วมให้การช่วยเหลือตัวประกันอย่างเร่งด่วน โดยให้มีการประสานการปฏิบัติและบูรณาการกำลังจากทุกหน่วยในพื้นที่ ทั้ง ตำรวจภูธรภาค 5 /ภ.จว.เชียงราย /ตชด. /ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย / นายอำเภอเชียงแสน ฝ่ายปกครองในพื้นที่ /ฝ่ายทหารทั้งในส่วนของ ผบ.นรข./ ทหารพราน และ ตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปราม /บช.ปส. โดยให้ประสานกับทางการ สปป. ลาว อย่างใกล้ชิด

หลังจากได้รับคำสั่ง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ. ณัชธกฤต ปิ่นปัก ผกก.ด่าน ตม เชียงแสน จัดกำลังฝ่ายสืบสวน เข้าไปประสานกับทางการ สปป. ลาว โดยมี น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ ผบ นรข., พ.ต.อ. รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม ผกก.ฯ ช่วยราชการ สตม. , นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน และ นายสันติ อินทนิล ปลัดอำเภอเชียงแสน ข้ามไปประสานการปฏิบัติกับทางการ สปป.ลาว ให้ช่วยทำการช่วยเหลือหาตัวนายสิงห์แก้ว ฯ อย่างเร่งด่วน และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง

ต่อมาวันนี้ 30 กค 62 คณะประสานงานร่วม ได้พาภรรยา บุตรสาว บุตรชาย นายสิงห์แก้วฯ ข้ามไปยัง สปป ลาว เพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดทางธุรกิจและมูลเหตุที่อาจเป็นชนวนให้ถูกอุ้มไปเรียกค่าไถ่ ขณะเดียวกันทางการ สปป ลาว ได้เรียกตัวนายสวาทฯ นายจุ๋ม ฯ หุ้นส่วนบริษัทของนายสิงห์แก้ว ฯ ที่จะร่วมลงทุนสร้างโรงฆ่าสัตว์ใน สปป.ลาว มาทำการสอบสวนขยายผล

และ ในวันเดียวกันนี้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รรท.รอง ผบช สตม , พล.ต.ต พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก ตม 5 , พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป, พล.ต.ต.ยุทธชัย พวประเสริฐ ผบก.ภ.จว.เชียงราย , พ.ต.อ.แมน แม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป ,น.อ. วุฒิชัย ภู่เจริญยศ ผบ. นรข. พ.ต.อ.สถิตย์ พรหมอุทัย ,พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ ,พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ สตม นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอ เชียงแสน ได้นัดประชุมติดตามความคืบหน้าการให้การช่วยเหลือนายสิงห์แก้วฯ ที่ ด่าน ตม เชียงแสน.

จากการติดตามสถานการณ์ ได้รับรายงานว่า นายสิงห์แก้วฯ ได้รับการช่วยเหลือ จากทางการ สปป.ลาว ปลอดภัยแล้ว โดยภรรยา บุตรสาว บุตรชาย ได้พบกับนายสิงห์แก้วฯ เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการสอบสวน ขยายผลของ ทางการ สปป.ลาว ซึ่ง ฝ่ายไทย กำลังประสานทางการ สปป.ลาว เพื่อขอให้ส่งตัวนายสิงห์แก้ว ฯ กลับมารับการรักษาตัวในประเทศไทย และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

การให้การติดตามช่วยเหลือนายสิงห์แก้วฯ จนปลอดภัย ในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมืออันดีของทั้งสองประเทศ ด้วยความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด และทุกส่วนราชการได้ทำงานบูรณาการกันอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ทุกภาคส่วนจะได้ทำงานร่วมกันและบูรณาการกันอย่างแท้จริง

…………………..