จุรินทร์ ประชุมตรวจเช็คทุกงานกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ รับมืออภิปรายงบประมาณ17-18 ต.ค.นี้

20

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ (MOC Top Team) ณ ห้องประชุมกิติยากรวรลักษณ์ ชั้น 4 สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมีประเด็นสําคัญสําหรับการพิจารณา พรบ.งบประมาณ พ.ศ. 2563 ในวันที่ 17-18 ตุลาคม 2562 โดยนายจุรินทร์ เปิดเผยว่า สรุปคำของบประมาณปี2563 ของกระทรวงพาณิชย์ 9,812 ล้านบาท โดยลดลงกว่าปี 2562 เนื่องจากไม่ต้องมีภาระเรื่องงบจัดเก็บรักษาข้าวของอคส.หรือองค์การคลังสินค้าและเน้นการจัดการงบประมาณตามแผนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ยุคนี้

นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมโดยอธิบดีกรมการค้าภายใน ได้รายงานผลการดำเนินงานนอกจากนั้นทางกรมการค้าภายใน ยังได้รายงานความคืบหน้ากรณีพรบ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ กรณีประกาศเกี่ยวกับมาตรฐานทางราคา ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ และค่าบริการการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนที่ให้นโยบายไว้ตั้งแต่การเข้ารับตำแหน่งทั้งนี้เพื่อควบคุมและให้ความเป็นธรรมต่อประชาชน โดยทุกโรงพยาบาลต้องอยู่ในกรอบกฎหมายและต้องแจ้งค่ารักษา ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ และมีการแบ่งประเภทตามเกณฑ์สีเขียว เหลือง แดง จากราคาต่ำไปสูงและได้เชิญโรงพยาบาลที่ยังไม่เข้าเกณฑ์การแจ้งตามระเบียบมาชี้แจงก่อนประกาศให้ประชาชนทราบ และระหว่างนี้ได้ให้ทางคณะบัญชี-จุฬาฯได้ศึกษาส่วนต่างระหว่างต้นทุนกับราคาเพื่อหามาตรฐาน โดยใช้เวลาประมาณ 3 เดือนนี้

รายงานข่าว ระบุว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องสืบเนื่องนโยบาย คือ ความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกร โดยติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรสําคัญ คือ ข้าว ปาล์มน้ํามัน ยางพารา ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ และ มันสําปะหลัง ซึ่งนายจุรินทร์ สรุปในที่ประชุมว่า ได้ดำเนินการโอนเงินโครงการประกันรายได้ให้เกษตรกรแล้ว คือ ปาล์มน้ำมัน ข้าว และกำลังเตรียมเรื่องยางพารา จากนั้นจะมีแผนไปประชุมร่วม 3 ฝ่ายกับเกษตรกรเดินหน้าเรื่องมันสำปะหลัง ซึ่งจะไปประชุมที่จังหวัดนครราชสีมา และข้าวโพดจะประชุมที่จังหวัดเพชรบูรณ์

การยกระดับร้านค้าปลีกรายย่อยให้เป็น Smart โชห่วย และ E-commerce – การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารร้านค้าโชห่วยโดยการเทคโนโลยี การสนับสนุน SMEs ให้ใช้ช่องทาง social Media ในการขายโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การเร่งรัดการส่งออก การส่งเสริมการค้าชายแดน ผลการลงพื้นที่ประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ชายแดนและแผนการ ดําเนินการ 6 เดือนแรก ปี2563 โดยกรมการค้าต่างประเทศ แผนปฏิบัติการเร่งรัดการส่งออก แผนปฏิบัติการรองรับสงครามการค้า และ Brexit (โดยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า การขยายเครือข่ายทางการค้ากับแพลตฟอร์มในประเทศอื่นๆโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ)

นอกจากนั้นยังมีเรื่องแผนการรุกตลาดใหม่ ความคืบหน้าการจัดคณะไปเยือนอิรักเพื่อขายข้าวและสินค้าอื่น แผนการขยายตลาดสินค้าเกษตรสู่ตลาดใหม่ ความคืบหน้าการศึกษาผลกระทบความตกลงทางการค้า สถานะการเจรจาล่าสุดของ CPTPP / FTA ไทยกับสหภาพยุโรป / RCEP ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ การเร่งรัดการจดทะเบียน GI และแผนการส่งเสริมและพัฒนาสินค้า GI โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนั้นได้ประชุมความคืบหน้าการดําเนินการด้านเศรษฐกิจใหม่ ร่างแผนแม่บทการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กระทรวงพาณิชย์ด้วย Big Data (Dashboard สินค้าเกษตรสําคัญ / Roadmap / Social Listening) โดยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า การยกระดับการอํานวยความสะดวกทางการค้า E-filing การให้บริการต่างๆ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าผ่านระบบออนไลน์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การเชื่อมต่อใบอนุญาตของกรมการค้าต่างประเทศ เข้ากับระบบ National Single Window รายงานสถานะปัจจุบันการเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบ NSW กรมการค้าต่างประเทศ

มาตรการดูแลราคาสินค้าและบริการให้มีความเป็นธรรม และมาตรการดูแลค่าครองชีพ มาตรการที่ใช้สําหรับการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค การปรับปรุงระบบร้านธงฟ้าประชารัฐ (www.shop.moc.go.th) โครงการซื้อด้วยความมั่นใจ Buy With Confidence : BWC ผ่านใบรับรอง GIT การส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจบริการ แผนการดําเนินการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาภาคธุรกิจบริการ ฐานข้อมูลและสถิติการค้าธุรกิจบริการ e-Logistics และแนวทางการพัฒนาธุรกิจ บริการ การเจาะตลาดต่างประเทศเป้าหมายใน 4 เซคเตอร์สําคัญ คือ บริการสุขภาพและความงาม ดิจิทัลคอนเทนท์ โลจิสติกส์การค้า บริการสนับสนุน กลไกการขับเคลื่อนนโยบาย ประเด็นสําคัญจากการประชุม Top Team / War room ของกระทรวงพาณิชย์ ส่วนระเบียบวาระที่4 เรื่องอื่น เช่น แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก บทวิเคราะห์ข้อเสนอแนะการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก