เลขาฯศูนย์พิทักษ์ หวั่นนโยบาย “เทวัญ” ตั้งศูนย์ออนไลน์คุมพระสงฆ์

17

แนวคิดเปิดศูนย์ออนไลน์หวั่นเป็นดาบสองคม กิจการสงฆ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรใช้สัมมาทิฎฐิ ใคร่ครวญตามหลักโยนิโสมนสิการ ให้กราบหารือมส.ก่อนแล้วค่อยออกเป็นนโยบาย

พระเมธีธรรมาจารย์ (เจ้าคุณประสาร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลและสั่งการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) นั้น ก่อนเข้ารับตำแหน่งนายเทวัญ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ในส่วนของพระสงฆ์นั้นได้หารือกับพศ.แล้ว มีเรื่องของบัตรประจำตัวประชาชนและการจะเปิดศูนย์ออนไลน์รับเรื่องราวต่างๆ ของพระสงฆ์นั้น ถือเป็นแนวคิดที่ดี เป็นประโยชน์ต่อการที่จะช่วยกันดูแลพระสงฆ์ให้ประพฤติปฏิบัติให้เรียบร้อย แต่อยากฝากว่า ระวังจะเป็นดาบสองคม เพราะการที่จะวินิจฉัยว่าพระสงฆ์สามเณรทำแบบนั้นแบบนี้เหมาะสมหรือไม่อย่างไรนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เปราะบาง และโดยเฉพาะฆราวาสญาติโยมจะเป็นผู้วินิจฉัยลงความเห็นก็ยิ่งน่าเป็นห่วง พระก็อาจจะมองว่าเหมือนถูกจ้องจับผิดอยู่ตลอดเวลาจากใครบ้างก็ไม่รู้ในโลกโซเชียลสมัยใหม่ บางทีก็อาจจะกลายเป็นการกลั่นแกล้ง จับผิดหรือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ แม้พระสงฆ์จะเป็นบุคคลสาธารณะก็ตาม

พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า ประเด็นที่น่าสนใจในเรื่องนี้ก็คือ จะทำอย่างไรภาครัฐ รัฐมนตรีหรือสำนักงานพุทธศาสนาฯ จะเป็นผู้ช่วยสนับสนุนให้คณะสงฆ์ได้ปกครองกันเองอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักพระธรรมวินัย นั่นจะสำคัญมากกว่า และในขณะนี้ประเทศไทยเราก็ยอมรับว่ามี 5 ศาสนาหลักในประเทศ แต่ศูนย์ออนไลน์ควบคุมนักบวชในทางศาสนากลับจะมีเฉพาะศูนย์ควบคุมพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาเท่านั้น

ประเด็นต่อมาทำอย่างไร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จึงจะช่วยคณะสงฆ์ในกิจการสำคัญๆ เช่น 1.การศึกษาสงฆ์ ทั้งแผนกนักธรรม ธรรมศึกษา บาลี ปริยัติสามัญ โรงเรียนการกุศล ศูนย์เด็กเล็ก รวมทั้งมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่งด้วย 2. การเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มีเอกภาพและประสิทธิภาพรวมทั้งกระบวนการผลิตพระนักเผยแผ่และช่องทางที่จะสื่อถึงผู้คนให้ได้ไวและกว้างขวางมากขึ้น 3. การพระศาสนาในต่างประเทศ เรามีวัด พระสงฆ์ ชาวพุทธกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมของโลก และชาวต่างชาติก็สนใจเข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น เรื่องนี้จะสนับสนุนบริหารจัดการอย่างไร และ4.การส่งเสริมการวิปัสสนาธุระ ให้เข้มแข็ง มีเอกภาพและสามารถเป็นโอสถที่สำคัญให้กับชาวไทยและต่างประเทศทั่วโลก

“ฝากท่านรัฐมนตรีเทวัญว่า ท่านมีความตั้งใจดีต่อพระสงฆ์และพระพุทธศาสนา ขออนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง แต่การคณะสงฆ์นั้นมีหลากหลายมิติ อยากให้ท่านได้ใช้สัมมาทิฎฐิที่มีอยู่ศึกษา ใคร่ครวญตามหลักโยนิโสมนสิการ ให้รอบคอบ กราบหารือมหาเถรสมาคมก่อน แล้วค่อยออกมาเป็นนโยบายภายใต้ปรัชญาที่ว่า องค์กรไหนย่อมมีสิทธิปกครองตนเอง อย่าให้เป็นว่าฆราวาสมาปกครองสงฆ์” เลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯ กล่าว