พลังปวงชนไทย ร้องกองปราบ เอาผิด “บิ๊กตู่”

9

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่กองปราบปราม นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย พร้อมฝ่ายกฏหมายพรรค เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต. วีรธัช ตังคะพิภพ สว.กลุ่มงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ พล.อ.ประยุทธจันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะรับผิดชอบผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 และพลโท บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ใน 3 ข้อหา คือ 1 . มาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, มาตรา 173 แจ้งความอันเป็นเท็จ และ มาตรา 14 ตามพรบ. คอมพิวเตอร์

นายนิคม กล่าวว่า จากการที่ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเดินทางเข้ามาแจ้งความ 5 ข้อหาไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา ทางตัวแทน7พรรคการเมือง ได้กลับไปหารือประชุมกับพรรคตรวจสอบเพิ่มเติม ก็พบว่าพล.อ.ประยุทธ มีความผิดเพิ่มเติมในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งถือเป็นผู้บังคับบัญชาตามสายงานของพลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคสี่ และพลตรี บุรินทร์ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคสี่ส่วนหน้า ซึ่งพบว่ามีความผิดเพิ่มเติม 3 ข้อหาที่แจ้งมาขั้นต้น จึงเดินทางมาแจ้งความเพิ่มเติม

สำหรับ 3 ข้อหาเพิ่มเติมที่จะแจ้งเพิ่ม ประกอบด้วย (1) ข้อหาและฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาว่าปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 และ (2) แจ้งความโดยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นเพื่อให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย ตามมาตรา 173 รวมถึง (3) ลงข้อความอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 แห่ง พระราชบัญญัติ ว่าด้วยคอมพิวเตอร์ ฯ พ.ศ.2560 และแก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา 14 เพื่อให้การดำเนินคดีกับบุคคล ดังกล่าว มีเนื้อหาครอบคลุมทุกประเด็นแห่งคดีและอีกประการหนึ่ง อย่างไรก็ตามการเข้าแจ้งความในครั้งนี้ประสงค์ที่จะแยกออกจากคดีที่มีการแจ้งก่อนหน้านี้ เนื่องจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับพวกตั้งใจและทำความเสียหายให้กับนาย นิคม บุญวิเศษ ตลอดจน กรรมการและกรรมการสาขาพรรค สมาชิกพรรคพลังปวงชนไทย รวมถึง บุคคลอื่น หรือ ประชาชนทั่วไปที่ชื่นชอบพรรคพลังปวงชนไทยและการกระทำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พวก ยังส่งผลให้คะแนนนิยมต่อพรรคพลังปวงชนไทยในอนาคตลดลงและยังเกิดความเสียหายที่ประเมินค่ามิได้ในภาพรวมของพรรคพลังปวงชนไทยต่อสาธารณะ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนประมวลเรื่องว่าการเข้าแจ้งความครั้งนี้จะรวมเป็นเรื่องเดียวกับครั้งที่แล้วหรือไม่ ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการตามขั้นตอนต่อไป