ตร.ท่องเที่ยวรวบแก๊งลักทรัพย์นักท่องเที่ยวบนรถทัวร์ 30

6

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 8 ต.ค.62 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ศูนย์การค้าธัญญาปาร์ค ถนนศรีนครินทร์ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.วงพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.อำนาจ โฉมฉาย รอง ผบก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายธวัชรัตน์ หรือ พิธาวัชร์ หรือประสิทธิ์ หรืออนุชิต ฝ้ายเพ็ชร์ หรือ อัครฐิติวีรกุล หรือหมง อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 666/62 ลงวันที่ 3 ต.ค. 62 ในความผิดฐาน ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสด โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณแมนชั่นแห่งหนึ่ง ย่านบางอ้อ ถนนจรัญสนิทวงศ์ กทม.

พล.ต.ท.เชษฐา การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 18 ก.ย.62 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ทท. ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ว่าบัตรเครดิตจำนวน 2 ใบได้หายไประหว่างโดยสารรถทัวร์ ( 30 ) ซึ่งเป็นรถไม่ประจำทาง จากเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มายัง กทม. เพื่อต่อรถไปเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ต่อมาทราบภายหลังว่าบัตรเครดิตที่หายไปถูกนำไปใช้จำนวน 6 ครั้ง ในห้างสรรพสินค้าย่านรามอินทรา รวมมูลค่าเกือบ 1 แสนบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายธวัชรัตน์ หรือ พิธาวัชร์ หรือประสิทธิ์ หรืออนุชิต ฝ้ายเพ็ชร์ หรือ อัครฐิติวีรกุล หรือหมง ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดมีนบุรี อนุมัติหมายจับจนนำมาสู่การจับกุม

พล.ต.ท.เชษฐา กล่าวต่อว่า สำหรับการก่อเหตุลักษณะนี้ จะทำเป็นขบวนการโดยจะมีพนักงานประจำรถโดยสาร (ทัวร์ 30) ร่วมมือกับผู้ต้องหา ฉวยโอกาสขณะนักท่องเที่ยวเผลอ โดยจะลอดตัวไปยังช่องพิเศษซึ่งได้เจาะไว้แล้ว ลงไปยังห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องรถ จากนั้นจะลงมือก่อเหตุลักทรัพย์สิน หรือหากเป็นรถโดยสารปกติ ก็จะอาศัยช่วงที่นักท่องเที่ยวอยู่ห่างจากกระเป๋าสัมภาระ ลักทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว เช่นเงินสด และบัตรอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นพนักงานประจำรถจะนำขายต่อนายธวัชรัตน์ ในราคาใบละ 3-5 พันบาท จากนั้นนายธวัชรัตน์ จะนำบัตรมารูดซื้อสินค้าราคาแพงตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก่อนนำสินค้าที่ได้มาทั้งหมดไปขายต่อแลกเป็นเงินสดก่อนจะนำมาแบ่งกันอีกครั้ง

พล.ต.ท.เชษฐา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติ นายธวัชรัตน์ เคยก่อเหตุลักษณะเช่นนี้มาแล้วหลายครั้งในหลายพื้นที่ และเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นๆ เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นเพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าแทนเงินสดโดยมิชอบ ในท้องที่สน.ชนะสงคราม และถูกตำรวจท่องเที่ยวจับ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 58 ซึ่งอยู่ระหว่างประกันตัว และหลบหนีศาล จนถูกออกหมายจับ ระหว่างที่หลบนี้ยังก่อเหตุมาตลอดและถูกจับดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ลักทรัพย์ และรับของโจร ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และ จ.ภูเก็ต โดยศาลพิพากษาให้จำคุกมาแล้ว 2 ครั้ง ก่อนพ้นโทษออกมาในปี 61 และมาก่อเหตุซ้ำจนถูกจับกุมในที่สุด จากนี้จะนำตัวส่งศาลอาญาเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝากพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสารรถประจำทางหรือรถทัวร์ต่างๆ ที่ต้องเดินทางไกลๆ ให้ระวังเรื่องทรัพย์สินเป็นพิเศษ อย่าเก็บห่างตัวเพื่อเป็นการปิดช่องว่างไม่ให้คนร้ายมาก่อเหตุในลักษณะนี้อีก