7 แกนนำฝ่ายค้าน ร้องกองปราบ ฟ้องกลับ กอ.รมน.ภาค 4 แจ้งความเท็จปมเวทีเสวนาที่ปัตตานี ยันไม่มีการปลุกปั่นตามที่ กอ.รมน.กล่าวอ้าง

5

จากกรณี พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ให้ดำเนินคดีกับบุคคลรวม 12 คน ประกอบด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อายุ 78 ปี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อายุ 40 ปี หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, พล.ท.ภารดร พัฒนถาบุตร อายุ 64 ปี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), นางชลิตา บัณทุวงศ์ อายุ 47 ปี อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลับเกษรศาสตร์, นายสมพงษ์ สระกวี อายุ 69 ปี, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อายุ 75 ปี หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, นายมุข สุไลมาน อายุ 70 ปี, นายนิคม บุญวิเศษ อายุ 49 ปี หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย, นายรักชาติ สุวรรณ อายุ 55 ปี, นางอสมา มังกรชัย อายุ 45 ปี, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อายุ 75 ปี หัวหน้าพรรคประชาชาติ, และนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ อายุ 48 ปี หลังทั้ง 12 คน ได้จัดเสวนา “พลวัฒแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” ที่บริเวณลานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาในการเสวนาได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวทีเสวนา ซึ่งมีประชาชนร่วมรับฟังประมาณ 150 คน

ทั้งนี้ระหว่างการจัดเสวนาดังกล่าว ได้มีการถ่ายทอดสดผ่านสื่อออนไลน์ เฟสบุ๊ก พรรคประชาชาติ และมีการอัพโหลดการจัดเสวนาดังกล่าวลงในช่องยูทูป เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้กับประชาชนทั่วไปรับรู้รับทราบ รับชม รับฟัง ลักษณะการจัดเวทีเสวนาดังกล่าว ซึ่งทางกอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้าเห็นว่าเข้าข่ายการพูดนำเสนอข้อมูลในลักษณะมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือ กระทั่งกระเดื่องต่อประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบภายในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่กองปราบปราม แกนนำพรรคฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรคการเมือง นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย, นายวันมูหะมัดนอน์ มะทา หัวหน้าพรรรประชาชาติ, นายชัยเกษม นิติสิริ คณะกรรมการยุทธศาสตร์คณะกรรมการยุทธศาสตร์ประธานด้านกระบวนการยุติธรรม และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐพรรคเพื่อไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย, พล.ท.พงศกร รอดชมพู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, พล.ท.ภราดร พัฒนฐาบุตร อดีตเลขาธิกาสภาความมั่นคงแห่งชาติ และนายสมพงษ์ สระกวี ตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อิทธิกร จิรัตนานนท์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน.บก.ป. เพื่อให้ดำเนินคดีกับพล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และพล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในฐานความผิดแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานอันอาจทำให้ประชาชนหรือผู้อื่นเสียหาน แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาเพื่อให้บุคคลได้รับโทษ หรือได้รับโทษหนักขึ้นทางอาญา ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่จะทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง ทั้งนี้โดยการโฆษณา

โดยทันที่ที่แกนนำทั้ง 7 คนเดินทางมาถึง ได้มีประชาชนจำนวนมาก ที่ทราบข่าวการเข้าแจ้งความในครั้งนี้เดินทางมาให้กำลังแกนนำทั้ง 7 พร้อมกับมอบดอกกุหลาบสีแดงเพื่อเป็นการให้กำลัง ทั้งนี้ก่อนที่แกนนำทั้ง 7 จะเข้าแจ้งความได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยนายสมพงษ์ กล่าวว่า จากกรณีที่ กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้าได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี ตาม ม.116 นำเสนอข้อมูลในลักษณะมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน กับบุคคลรวม 12 คน ที่ได้จัดเวที เสวนา “พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” ที่บริเวณลานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา สำหรับสิ่งที่เราได้ทำการเสวนานั้นก็เป็นนโยบายของฝ่ายค้านซึ่งเป็นเรื่องปกติ ที่สามารถกระทำได้ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ สิ่งที่เราปฏิบัตินั้นเรามีสิทธิ์ในฐานะนักการเมือง ดังนั้นการที่ กอ.รมน.ภาค4 มาแจ้งความร้องทุกข์กับพรรคฝ่ายค้าน เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ เราจึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับทางพนักงานสอบสวนกองปราบ ว่า ทางกอ.รมน.ภาค4 ใส่ความโดยที่ไม่มีความผิดใด ๆ จึงมาร้องว่าสิ่งที่กอ.รมน.ภาค4 ทำนั้นไม่ถูกต้อง

สอดรับกับ นายวันมูหะมัดนอน์ เปิดเผยว่า ในนามของพรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรค ขอยืนยันว่าสิ่งที่ทางเราไปพบปะประชาชนตลอดเวลา รวมทั้งวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา กระทำภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และ กฎหมายทุกประการ ไม่ได้มีการล่วงละเมิดรัฐธรรมนูญ มีการแสดงความคิดเห็นโยสุจริต และต้องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการแก้ไข้รัฐธรรมนูญด้วย ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายของพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค รวมทั้งรัฐบาลด้วย และเป็นนโยบายเร่งด้วยของรัฐบาลข้อที่ 12 ที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงในสภาด้วย ว่าจะให้มีการศึกษาเพื่อที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นซึ่งที่เราทำก็อยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและนโยบายของพรรคการเมือง ดังนั้นการที่กอ.รมน.ภาค4 มาตั้งข้อกล่าวหามาตรา 116 นั้น เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ทั้งยังทำให้ นักวิชาการ และ ผู้ที่แสดงความคิดเห็นโดยสุจริตนั้น อาจจะมีความผิด และหวาดกลัว มันเป็นการปิดปากประชาชน อย่างไรก็ตาม กอ.รมน.ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประยุทธ์ ก็อยู่ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. จะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย

ขณะที่นายสงคราม กล่าวว่า ขอยืนยันว่า 7 พรรคฝ่ายค้านก็คงต้องเดินหน้าต่อไป และ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายทั้งภาคฝ่ายค้านและรัฐบาล เราพูดชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วว่าสำหรับ หมวด 1 กับ หมวด 2 เราไม่แตะ ซึ่งประกาศชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้ว ซึ่งเราอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่มีการสุ่มเสี่ยงอยู่แล้ว

นายนิคม เปิดเผยว่า ในส่วนของตัวเองได้รับความเสียหาย จะทำการแจ้งความกลับฐานดูหมิ่น การแจ้งความครั้งต้องการนั้นเพียงแค่ต้องการความได้เปรียบทางด้านการเมือง เพราะไม่ต้องการให้พรรคฝ่ายค้านมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การที่ กอ.รมน.ภาค4 แจ้งความนั้นถึงเป็นการแจ้งความเท็จ และตัวเองจะแจ้งความในนามส่วนตัวด้วย และจะไปร้องที่ ปปช และ อัยการสูงสุด การสู้ในครั้งนี้สู้เพื่อประชาชน เราจะให้กฎหมาย หรืออำนาจที่แฝงอยู่ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมากดหัวปรพชาชนไม่ได้ ครั้งนี้เป็นความผิดพลาดของรัฐบาลอย่างยิ่งในการมาแจ้งความกับ สส. พรรคฝ่ายค้าน เหตุที่เราต้องไปรณรงค์เพราะเราต้องการให้ นักวิชาการ ประชาชน มีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกคนเสนอความคิดเห็นอย่างถูกต้อง จากที่ฟังการเสวนาอย่างขัดเจน ไม่มีการพูดว่าแก้มาตรา 1 มีเพียงอาจจะร่วมไปถึงการอภิปราย หรือการแสดงความคิดเห็นไปถึง มาตรา 1 การแจ้งความของกอ.รมน. เป็นการแจ้งแบบหว่านแห่ ทำไมไม่แจ้งทุกคนในงาน

พล.ท.พงศกร เปิดเผยว่า ในฐานะประธานกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐสภาผู้แทนราษฏร ว่าขณะนี้ได้ผ่านการเลือกตั้งมาแล้วควากลับเข้าสู่ระบบปกติ ดังนั้นจะต้องมาคุยในเรื่องของอำนาจกอ.รมน. ใหม่ ในคำสั่ง คสช. ที่ให้ทหารมีอำนาจเหนือขบวนการยุติธรรมทั้งหมด และ ป.วิอาญาที่ในการดำเนินการกล่าวโทษจะต้องมีการประมวลข้อกฎหมายให้ครอบถ้วนจึงจะฟ้องคดีได้ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ทางคณะกรรมาธิการจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยกัน และปรับขั้นตอนต่าง ๆในเป็นกระบวนการในระบอบประชาธิปไตยต่อไป

ภายหลังการให้สัมภาษณ์แกนนำทั้ง 7 พรรคการเมืองได้อ่านคำแถลงการณ์ พร้อมมอบเอกสารคำแถลงการณ์ให้กับทางพนักงานสอบสวน โดยมีพ.ต.อ.อิทธิกร จรัตนานนท์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป.เป็นผู้แทนรับมอบเอกสาร ก่อนที่ทางแกนนำทั้ง 7 จะเดินทางเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนตาม โดยให้ถ้อยคำใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามขั้นตอนหลังจากนื้ทางพนักงานสอบสวนได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนประมวลเรื่องเสนอต่อผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป