กรมชลฯ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน ครั้งที่ 4 เร่งขับเคลื่อนโครงการศึกษาจัดทำแบบจำลองคณิตศาสตร์ นิเวศวิทยาทางทะเล และผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง

19

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 นายธรรมนูญ ศรีวรรธนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 4 (ปัจฉิมนิเทศโครงการ) โครงการศึกษาจัดทำแบบจำลองคณิตศาสตร์ นิเวศวิทยาทางทะเล และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง จังหวัดเพชรบุรี โดยมีนายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยตัวแทนกรมชลประทาน ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ภาคเอกชนและประชาชน เข้าร่วมประชุมสัมมนาในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมพริบพรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี และผ่านระบบ zoom

นายธรรมนูญ ศรีวรรธนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า เมื่อเกิดฝนตกหนักเกิน 230 มิลลิเมตร ติดต่อกันเกิน 48 ชั่วโมง จะทำให้เกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลากเข้าสู่แม่น้ำเพชรบุรี ทำให้บริเวณทั้งสองฝั่งของแม่น้ำและที่ราบลุ่มแม่น้ำเพชรบุรีต้องประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน และพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง บริเวณท้ายเขื่อนเพชรบุรีลงไป ซึ่งทางจังหวัดเพชรบุรีก็ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาตลอด โดยโครงการศึกษาจัดทำแบบจำลองคณิตศาสตร์ นิเวศวิทยาทางทะเล และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง จังหวัดเพชรบุรี จะเป็นการแก้ไขและบรรเทาอุทกภัยพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากบริเวณลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง ในเขตอำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอชะอำ อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเขาย้อย และอำเภอบ้านแหลม ซึ่งทางกรมชลประทานจะใช้แผนการแก้ไขและบรรเทาอุทกภัยพื้นที่น้ำท่วมรอบปีการเกิดซ้ำของน้ำหลาก 25 ปี เท่ากับ 800 ลบ.ม./วินาที โดยมีแผนการระบายน้ำออกสู่ทะเล เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

“โครงการดังกล่าวนับว่าเป็นโครงการที่ดี แต่ย่อมมีผลกระทบเช่นเดียวกัน ซึ่งชาวเพชรบุรีก็มองปัญหาของเมืองเพชรบุรีมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพและยั่งยืน ซึ่งคลอง D1 D9 และD18 จะส่งผลกระทบด้านดีมากกว่าด้านเสีย โดยเฉพาะชุมชนชาวประมงที่อยู่ท้ายน้ำ จะมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับการประชุมในวันนี้เพื่อระดมความคิดเห็นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป” รองผู้ว่าฯ เพชรบุรี กล่าว

ด้านนายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมชลประทานได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัยมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อในอดีตจังหวัดเพชรบุรีมีแต่เขื่อนเพชร และคลองเส้นหลัก ซึ่งปัจจุบันกรมชลฯ ได้ทำการศึกษาจัดทำแบบจำลองคณิตศาสตร์ นิเวศวิทยาทางทะเล และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยจะใช้ 3 คลองหลักในการระบายน้ำเพชรบุรีออกสู่ทะเลตามธรรมชาติ จำนวน 150 ลบ.ม./วินาที การปรับปรุงคลองระบายน้ำ D1 ให้สามารถระบายน้ำออกสู่ะเลได้ จำนวน 350 ลบ.ม./วินาที การปรับปรุงคลองระบายน้ำ D9 ให้สามารถระบายน้ำออกสู่ะเลได้ จำนวน 100 ลบ.ม./วินาที การปรับปรุงคลองระบายน้ำ D18 ให้สามารถระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ จำนวน 100 ลบ.ม./วินาที

“การจัดประชุมในวันนี้เราได้เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งหาแนวทางและมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง และลดผลกระทบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยกรมชลฯ ได้ยึดตามแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา จึงได้เชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการดังกล่าวมาประชุมในวันนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้องและเป็นธรรม จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และแก้ไขปัญหาในภาพรวมอย่างแท้จริงต่อไป” นายเฉลิมเกียรติ กล่าว