กองปราบรวบสาวใหญ่ วางยาพ่อ-แม่แฟนลูกสาว อดีตข้าราชการ หวังฮุบสมบัติ

12

26 ก.ค.65 กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป., พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผกก.3 บก.รฟ., พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล รอง ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย รอง ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.กันตเมศฐ์ อัครโชควรานนท์ รอง ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.วริศร มัจฉา รอง ผกก.6 บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ธนาคาร อุชณรัศมี สว.กก.6 บก.ป., ร.ต.อ.เถกิงศักดิ์ ธรรมโชติ, ร.ต.อ.ฟ้าปรเมศร์ ภูรินท์ชินธนโชติ รอง สว.กก.6 บก.ป. และข้าราชการตำรวจ ชป.กทม., กก.6 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นางลักศมีกานต์ หรือ น้อย อายุ 62 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “พยายามฆ่าผู้อื่น” ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทลุง ที่ จ 73/2565 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2565 จับกุม ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

สืบเนื่องจากกรณีนายพงษ์ศาฯ อายุ 40 ปี ลูกชายของผู้เสียหาย เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน
หลังเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ควนขนุน เอาผิดกับกลุ่มผู้ต้องหา คือ น.ส.เปมิกา หรือ แป้ง อายุ 34 ปี และ นางลักศมีกานต์ หรือ น้อย หลังแอบเอายาเสพติดผสมในอาหารให้ ร.ต.อ.สุชีพฯ อายุ 63 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.ควนขนุน ผู้เป็นพ่อ และนางวรรณีฯ อายุ 64 ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ผู้เป็นแม่ รับประทานจนเกิดอาการหลอน เหมือนผู้ป่วยจิตเวชนั้น

ซึ่งจากกรณีดังกล่าว ทราบว่าเมื่อช่วงมกราคม 2563 นายอริยะ หรือ เบส อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของผู้เสียหาย รู้จักกับ น.ส.เปมิกา หรือ แป้ง ผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยทั้งสองคนคนมีการพูดคุยสร้างความสนิทสนมจนถึงขั้นคบหากันเป็นแฟน ต่อมา น.ส.เปมิกาฯ อ้างว่าครอบครัวเดือดร้อน จึงขอมาอาศัยอยู่ด้วยที่บ้านที่ ต.ปันแต
อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จากนั้นในช่วงเดือนมิถุนายน 2564 น.ส.เปมิกาฯ พร้อมด้วยนางลักศมีกานต์ฯ ซึ่งอ้างว่าเป็นแม่ของ น.ส.เปมิกาฯ ได้นำข้าวของมาอาศัยที่บ้านร่วมกัน ซึ่งหลังจากที่ น.ส.เปมิกาฯ และนางลักศมีกานต์ฯ เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านแล้ว ร.ต.อ.สุชีพฯ ผู้เป็นพ่อ และนางวรรณีฯ ผู้เป็นแม่ก็มีอาการผิดปกติ หวาดระแวง เซื่องซึม
ชอบเก็บตัว ไม่ค่อยพูด นอนไม่หลับ โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อถึงขั้นคิดจะฆ่าตัวตาย

เมื่อสังเกตดูพฤติกรรมของ น.ส.เปมิกาฯ และนางลักศมีกานต์ฯ แล้วพบว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัย เนื่องจาก น.ส.เปมิกาฯ และนางลักศมีกานต์ฯ พยายามหลอกล่อให้ทั้งพ่อและแม่ ทำธุรกรรมทางการเงิน ทำประกันชีวิต และร้องขอให้นายอริยะฯ น้องชายแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วยกัน หลังจากนั้นในวันที่ 3 สิงหาคม 2564 นางลักศมีกานต์ฯ ที่อ้างว่าเป็นแม่ของ น.ส.เปมิกาฯ ได้หนีออกจากบ้านไปพร้อมเอกสารสำคัญหลายอย่าง เช่น บัตรประชาขน บัตรข้าราชการ สำเนาทะเบียนบ้าน วุฒิการศึกษา ผู้เสียหายจึงรวบรวมพยานหลักฐานเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ควนขนุน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ซึ่งต่อมาในวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 น.ส.เปมิกาฯ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมขณะกำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ ในส่วนของนางลักศมีกานต์ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าได้หลบหนีไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จึงได้ขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อขอทำการตรวจค้น

ต่อมาวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 เวลาประมาณ 11.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปที่บ้านพักของนางลักศมีกานต์ฯ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายค้น เพื่อขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบนางลักศมีกานต์ฯ
อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม จึงได้ทำการจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ควนขนุน จ.พัทลุง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ขณะที่ไปอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุ ที่จังหวัดพัทลุง ไม่ได้มีการกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา มีเพียงแต่ช่วยเหลือกลุ่มบุคคลดังกล่าวเท่านั้น