ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมไกด์จีนสวมบัตรประชาชนแย่งสัญชาติคนไทย

26

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 3 ต.ค.2562 พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท., พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท1, พ.ต.อ.สุรชัช สุวรรณศรี ผกก.3บก.ทท.1, พ.ต.ท.ชย พานะกิจ รองผกก.3 บก.ทท.1, ร.ต.อ.หญิง ณัชชารีย์ ศิริวารินทร์ รองสว.กก.3บก.ทท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงผลการจับกุม ตัวบุคคลผู้ใช้ชื่อ น.ส.ทรรศนีย์ หรือ ปทุม เอี่ยมศรี ในข้อหา เป็นผู้ยื่นคำขอมีบัตรประชาชนโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ทำหรือใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อ หรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารทะเบียนราษฎร์อื่นโดยมิชอบ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตรประชาชน แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่น หรือประชาชนเสียหาย แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้ทำหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตาม มาตรา 267 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.521/2562 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2562 โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ รีเจนท์โฮมคอนโด ซ.สุขุมวิท 81 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กทม.

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้สังเกตเห็นพฤติกรรมความผิดปกติของ บุคคลผู้ใช้ชื่อ น.ส.ทรรศนีย์ หรือ ปทุม เอี่ยมศรี ในการแจ้ง จ๊อบออเดอร์ ของมัคคุเทศก์ คนดังกล่าว ซึ่งไม่สามารถเขียนหรือกรอกเอกสารได้อย่างคนไทยทั่วไป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและจับกุมได้ทำการสืบสวนจนพบว่า บุคคลผู้ใช้ชื่อ น.ส.ทรรศนีย์ หรือ ปทุม เอี่ยมศรี เป็นบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย (คนจีน) สวมบัตรประชาชนผู้อื่นให้มีสัญชาติไทย เป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.521/2562 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2562 โดยจับกุมตัวได้ที่ รีเจนท์โฮมคอนโด ซ.สุขุมวิท 81 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กทม.

จากการสอบสวน ผู้ต้องหา ผู้ใช้ชื่อ น.ส.ทรรศนีย์ หรือ ปทุม เอี่ยมศรี ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดจริง โดยอ้างว่า เมื่อ ปี พ.ศ.2546 ได้แอบอ้างตัวเป็น น.ส.ปทุม เอี่ยมศรี และยื่นคำขอมีบัตรประชาชนครั้งแรก ที่สำนักงานทะเบียน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ในขณะที่มีอายุ 27 ปี โดยที่ไม่มีบุคคลหรือเอกสารราชการใดมารับรองขณะทำบัตรและได้นำบัตรดังกล่าวมายื่นคำร้องขอเป็นมัคคุเทศก์ ประกอบอาชีพเป็นมัคคุเทศก์เรื่อยมา จนเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2559 ได้นำบัตรประชาชน มาแจ้งขอย้ายที่อยู่เข้ามาในท้องที่เขตประเวศ และขอมีบัตรประชาชนครั้งสุดท้าย ที่สำนักงานเขตประเวศ กทม.

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงได้ทำการตรวจสอบพบว่าขั้นตอนการทำบัตรประชาชนครั้งแรกของผู้ต้องหามีขั้นตอนที่ไม่ปกติ มีพิรุธหลายรายการ จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ซักถามพยานบุคคลและร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ และสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว

ด้าน พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท.กล่าวว่า การสวมบัตรประชาชนของผู้ต้องหารายนี้ เป็นเหตุให้คนไทยซึ่งเป็นเจ้าของสถานะทางทะเบียนที่แท้จริงได้สูญเสียสถานะทางทะเบียน และไม่มีบัตรประชาชนจนถึงปัจจุบัน จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พาผู้เสียหายที่สูญเสียสถานะทางทะเบียน เข้าร้องขอความเป็นธรรม และขอคืนสถานะทางทะเบียน กับทางสำนักงานทะเบียน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี และพาผู้เสียหาย และบิดาตรวจ ดีเอ็นเอที่ รพ.รามาธิบดี เพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อลูก เพื่อดำเนินการขอมีบัตรประชาชนต่อไป และยังสั่งกำชับให้ ตำรวจท่องเที่ยวทั่วประเทศ ตรวจสอบมัคคุเทศก์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ตามนโยบายที่มอบให้ไว้ และหากประชาชนทั่วไปกระทำความผิดเกี่ยวกับนักท่อง สามารถโทรแจ้งสายด่วน 1155 ได้ตลอด 24 ชม.