โครงการเสวนาเชิงวิชาการกับสื่อมวลชน เรื่อง มุมมองสื่อมวลชนอยากให้ “ขสมก.”เป็น”รัฐสวัสดิการ”หรือ?”รัฐวิสาหกิจ”ที่แสวงหาผลกำไร

73

ปัจจุบันสวัสดิการที่มีอยู่ในประเทศไทยมาจากนโยบายสวัสดิการ ซึ่งมักจะเป็นนโยบายที่เกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งที่เข้ามาบริหารประเทศ เมื่อไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วนโยบายนั้นอาจจะไม่ได้ทำต่อหรือมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การให้สวัสดิการ เช่น นโยบายรถเมล์และรถไฟฟรีเคยเป็นนโยบายให้ประชาชนทุกคนแบบถ้วนหน้าตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลก็ยกเลิกในปี พ.ศ.2558 จากเดิมที่ทุกคนใช้บริการได้เปลี่ยนเป็นให้ผู้ที่ใช้รถเมล์และรถไฟฟรีได้ต้องเป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น

โดยคนกลุ่มนี้ได้รับเงินค่าเดินทางเป็นค่ารถเมล์ MRT และ BTS รวมกัน 500 บาท รถ บขส. 500 บาท และรถไฟ 500 บาท/คน/เดือน (ธันวาคม 2563) ทีมข่าว (โดยทิดโมทย์) จะคลี่ปมปัญหาที่ ขสมก.ประสบตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของปัญหาให้ได้ทราบปัญหา
โดยล่าสุดปัจจุบันผู้อำนวยการขสมก.พูดไว้คือ 132,000 ล้านบาท ที่ผ่านมาองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เคยกำหนดแผนฟื้นฟู ระยะเวลาตั้งแต่ 2558-2567

โดยมียุทธศาสตร์ปรับลดค่าใช้จ่าย 5 โครงการ คือ โครงการปรับปรุงเส้นทางเดินรถเมล์ , โครงการระบบบัตรโดยสาร อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดความสูญเสีย จากการเก็บค่าโดยสารที่ไม่ครบถ้วน , โครงการเชื่อมโยงระบบบัตรโดยสารร่วม , โครงการจัดดหารถเมล์ NGV 3,183 คัน เพื่อทดแทนรถเมล์ที่ใช้ดีเซล , โครงการสร้างอู่จอดรถเมล์ใหม่ เพื่อลดภาระค่าเช่าอู่เอกชน , โครงการสมัครใจเกษียณอายุก่อนกำหนด ปรับลดพนักงานลง 2,000 คนต่อปี และค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่บรรลุเป้าหมาย

ปัญหารถเมล์ในกทม. ที่สะสมมาจนปัจจุบัน ที่ประชาชนสงสัยว่า ทำไมเดี๋ยวนี้ รอรถนานกว่าเดิม บางสายดูเหมือนจำนวนรถที่วิ่งลดน้อยลงไปบ้างไหมและอีกสารพัดปัญหาว่า รถเมล์มีปัญหาเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องบริหารจัดการ ของ ขสมก.ซึ่งเป็นหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจของรัฐบาล กระทรวงคมนาคมจึงจำเป็น ต้องดูแลในเรื่องของ สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน จึงเก็บค่าโดยสารต่ำ เพราะคนส่วนใหญ่ที่ใช้รถเมล์มีรายได้น้อย การคิดค่าโดยสารต้องไม่หวังผลกำไร ทำให้ค่าโดยสารต้องต่ำกว่าราคาต้นทุน ที่ใช้ในการบริการ

การแก้ไขปัญหาขสมก. ด้วยการบริหารหนี้ และการจัดหารถใหม่ ล่าสุดรัฐบาลยังไม่ได้เคาะออกมา แต่จากแผนปฏิรูปรถเมล์หรือแผนฟื้นฟูกิจการ ขณะนี้ ทั้งเบื้องหน้าและที่ได้พูดคุยกับแหล่งข่าว เบื้องต้นน่าจะมีการทบทวน ฉบับล่าสุด ตอนนี้ที่ประชุมคนร.ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้สั่งการให้ขสมก.ไปดูในเรื่องต่างๆ ให้ครบถ้วน แล้วกลับมารายงานให้ที่ประชุมทราบ ในเดือนต่อไป

ส่วนแผนเรื่องการจัดซื้อรถเมล์ 3,000 คัน อยู่ในแผนฟื้นฟูฉบับล่าสุด ที่จะต้องมีการจัดซื้อ เคยผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อ แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ มาจากการเลือกตั้ง นโยบายก็เลยเปลี่ยน แผนที่เคยทำไว้ตั้งแต่ปี 2562 จึงถูกเปลี่ยนหมด การจัดซื้อจัดจ้างกลายเป็น จ้างเหมาเอกชนแทน

นอกจากนี้ยังมีรถเมล์ EV หรือรถเมล์ไฟฟ้า เข้ามาร่วมด้วย ตามนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการแก้ไขปัญหามลภาวะ แต่ตกราคาประมาณ 14,000,000 บาทต่อคัน แม้ค่าเชื้อเพลิงของรถ EV ถูก แต่ต้องสร้างสถานีชาร์จไฟ ลงทุน 300 กว่าล้านบาท ต่อ 1 สถานี หากจะตั้งสถานีได้ ต้องขอให้การไฟฟ้า มาตั้งสถานีไว้ข้างๆ ด้วย เพราะจะดึงไฟฟ้ารอบๆ อาจเกิดปัญหาไฟดับตามมาได้ ถ้ารถเข้าไปชาร์จไฟทีเดียวพร้อมกัน
“สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือ การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และเชื่อว่าถ้าเสียงสะท้อน ของประชาชนออกมาดังๆ จะช่วยปฏิรูปให้ ขสมก.ทำงานได้จริง พัฒนาได้ดีขึ้น และทำงานเพื่อคนที่ใช้บริการได้จริง แผนต่างๆ จะต้องมีการปรับปรุงแน่นอน เมื่อปรับปรุงแล้ว จะช่วยในเรื่องของการอำนวยความสะดวก ในการเดินทาง ให้คนกทม. ได้ไม่มากก็น้อย เชื่อว่าไม่นานประขาชนก็จะได้เห็น”

ทีมข่าว ทิดโมทย์….รายงาน