อีก 17 ปี หมดอายุความ ป.รวบหนุ่มหึงโหดหนีคดีจุดไฟเผาอดีตแฟนจนพิการ แค้นถูกบอกเลิก

27

วันนี้ (3 ต.ค.) ที่ กองปราบปราม เวลา 10.30 น. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.มอบหมาย พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย สว.กก.5 บก.ป. พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป.แถลงผลจับกุม นายคำรณ หรือบังหนิด สมญาพิทักษ์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/2 หมู่ 14 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ 181/2547 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2547 ข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน” ได้ในตลาดเทศบาลหนองหญ้าไซ หมู่ 5 ต.หนองหญ้าไซ อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี

พ.ต.อ.เนติ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2545 ได้มีคนร้ายใช้ของแข็งตี น.ส.วรรณา ศรียาไพ ขณะนั้นอายุ 20 ปี เป็นนักศึกษา ปวส.ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยพาณิชย์ชื่อดังใน จ.นครศรีธรรมราชจนสลบ ก่อนจุดไฟเผาแล้วหยิบเอาเงินสด 4,500 บาท และทองรูปพรรณของผู้เสียหายกว่า 2 หมื่นบาทหลบหนีไป เหตุเกิดภายใน หอพักแห่งหนึ่ง หลังถนนสายอ้อมค่ายวชิราวุธ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังเกิดเหตุผู้เสียหายมีสภาพบาดแผลถูกไฟเผาตามตัวบาดเจ็บสาหัส กลายเป็นผู้พิการป่วยติดเตียงแขนขาลีบไม่สามารถสื่อสารได้ โดยมี นางกอลิเย๊าะ ศรียาไพ อายุ 63 ปี มารดาเป็นผู้ดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำและพาไปรักษาตัว ทำกายภาพบำบัดจนเวลาผ่านไป 6 เดือน น.ส.วรรณา ก็สามารถให้การว่าคนที่ก่อเหตุคือ นายคำรณ หรือบังหนิด ซึ่งเป็นแฟนเก่าที่โกรธแค้นที่ผู้เจ็บขอแยกทาง

พ.ต.อ.เนติ กล่าวต่อว่า จากนั้นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้สอบถามพยานรายหนึ่งจนทราบว่าวันเกิดเหตุเห็นนายคำรณ ขี่รถจักรยานยนต์มาหา น.ส.วรรณา ที่หอพัก ก่อนได้ยินเสียงทะเลาะกัน สักพักก็เงียบไป จากนั้นก็เห็น นายคำรณ รีบขี่รถจักรยานยนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว จึงรวบรวมหลักฐานก่อนเสนอศาลขออนุมัติออกหมายจับไว้ และสามารถตามจับกุมมาส่งฟ้องศาล ระหว่างนั้นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ลาออกทำให้ส่งผัดฟ้องไม่ทัน ผู้ต้องหาจึงหลบหนีไปนานกว่า 17 ปี กระทั่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นางกอลิเย๊าะ จึงได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดกระบี่ และเมื่อเดือนที่แล้วได้มาร้องตำรวจกองปราบปรามให้ช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดี เพราะคดีใกล้หมดอายุความ

พ.ต.อ.เนติ กล่าวอีกว่า ต่อมาตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่หาข่าวของผู้ต้องหาจนทราบว่า ก่อนหน้านี้ได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับญาติในหลายจังหวัด ไม่ทำบัตรประชาชนและไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ กระทั่งล่าสุดสืบทราบว่าหนีไปขายพริกแกงใต้อยู่กับญาติที่ตลาดเทศบาลหนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี จนมีภรรยาและลูกชาย 1 คน จึงวางแผนเข้าจับกุมได้ดังกล่าว จากการสอบสวน นายคำรณ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำส่ง สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน นางกอลิเย๊าะ กล่าวภายหลังทราบข่าวว่า ตำรวจกองปราบปรามตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุทำร้ายบุตรสาวของตัวเองจนกลายเป็นผู้พิการว่า ต้องขอขอบคุณ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.ที่ตามจับกุมผู้ต้องหาที่ทำร้ายลูกสาวตนเองมาดำเนินคดีได้ เพราะเวลาผ่านมา 17 ปี ผู้ต้องหายังลอยนวล ทั้งนี้ตนร้องเรียนไปตามหน่วยงานต่างๆ หลายที่แต่เรื่องเงียบทุกครั้ง เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทั่งกองปราบปรามเข้าช่วยเหลือจับกุมได้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามหลังจับกุมคนร้ายได้ตนได้บอกกับลูกสาวว่า จับคนที่ทำร้ายลูกได้แล้วนะ ปรากฏว่าลูกสาวแสดงสีหน้าดีใจจนน้ำตาซึม