“พันธ์ยศ”ร้องกองปราบ เอาผิดเจ้าของอู่รถบรรทุกพากลุ่มชายฉกรรจ์ อาวุธปืนครบมือข่มขู่ ยกพวกรุมทำร้ายบาดเจ็บหลังเจรจาขอรถแทรกเตอร์คืน

20

เวลา 13.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม.นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์ พรรคภราดรภาพ และ นายแจ กุล ชอย ชาวเกาหลีพร้อมทนายกริชธิราช เข้าร้องกองปราบฯ เพื่อขอให้รับสำนวนคดีที่ถูกเจ้าของอู่รถบรรทุก จ.ปราจีนบุรี นำกลุ่มชายฉกรรจ์ พร้อมอาวุธปืนครบมือข่มขู่ ยกพวกรุมยำ บาดเจ็บ หลังเข้าเจรจาขอรถแทรกเตอร์ของเพื่อนชาวเกาหลีคืน เนื่องจากไม่มั่นใจในการทำคดีของตำรวจในพื้นที่ และ

นายพันธ์ยศ เปิดเผยว่า ตนเองได้รับการประสานจาก นายแจ กุล ซอย เพื่อขอให้ตามหารถแทรกเตอร์ ถูกยึดไว้ที่บริษัทแห่งหนึ่ง เพราะรถคันดังกล่าว ถูกบริษัทลิสซิ่ง ติดตาม ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย จึงต้องตามหารถไปคืน ในวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนเองกับ ชายชาวเกาหลี และ คนติดตามอีก 2 คน คือ นายยุคล และ นายบอย ได้ติดตาม GPS ของรถแทรกเตอร์ ไปที่บริษัทแห่งหนึ่ง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นอู่รถบรรทุก และ พบรถรถแทรกเตอร์ คันที่ตามหาจอดอยู่ จึงปรึกษากันว่าจะเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของพื้นที่ก่อน เพราะเกรงว่ากิจการดังกล่าว อาจจะเป็นของผู้มีอิทธิพล และอยากให้มีการเจรจาหาข้อยุติในการแก้ปัญหา

จากนั้น ได้เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ เพื่อแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน พนักงานสอบสวน ท่านดังกล่าว แจ้งว่า พอจะรู้จักกับเจ้าของอู่รถบรรทุก ที่มีชื่อว่า “นายหนึ่ง” โดยพนักงานสอบสวน แจ้งว่า หากเจรจากันได้ก็จะเป็นประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งหมดจึงเดินทางไปพบกับ นายหนึ่ง แต่เมื่อไปถึงอู่รถดังกล่าว ปรากฏว่า รถแทรกเตอร์ ไม่ได้อยู่บริเวณเดิมแล้ว แต่ถูกเคลื่อนย้ายออกจากอู่ไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร จากตำแหน่ง GPS จึงตามไปแต่ก็ไม่พบรถแทรกเตอร์ คาดว่า น่าจะมีการถอดGPS ทิ้งไป

พนักงานสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ ได้พูดคุยโทรศัพท์กับนายหนึ่ง แจ้งว่า ให้กลับมาเจรจากันที่อู่รถบรรทุก เมื่อไปถึง พบนายหนึ่งนอนอยู่ที่เปล นายพันธ์ยศ จึงรับอาสาเป็นผู้เจรจา ว่าต้องการปรึกษาและพูดคุยหาข้อยุติ ไม่ได้ต้องการดำเนินคดี จากนั้น พนักงานสอบสวน ขอตัวกลับ สภ.ศรีมหาโพธิ เพื่อทำคดีอื่นๆที่ยังค้างอยู่ หลังจากที่ตำรวจกลับไปแล้ว นายหนึ่งกลับเรียกลูกน้อง เข้ามาหลายคน พร้อมกับอาวุธปืน 4-5 กระบอก ได้ยินเสียงขึ้นลำกล้องพร้อมยิง

จากนั้น นายหนึ่ง บังคับให้กลุ่มของตนเอง นำโทรศัพท์มือถือ ออกมาและบังคับให้ลบภาพและคลิป ที่ถ่ายไว้ ก่อนจะซ้อมและทำร้ายร่างกาย ตั้งแต่เวลา 13.00-15.00 นานกว่า 2 ชั่วโมง จนกระทั่ง นายหนึ่ง โทรแจ้งตำรวจชุดสืบสวน มารับตัว พวกตน ไปที่ สภ.ศรีมหาโพธิ แต่ระหว่างทาง ตนเอง แจ้งกับตำรวจขอแวะ รพ.ศรีมหาโพธิ เพื่อตรวจอาการเนื่องจากมีเลือดกำเดาไหลออกจมูก ศีรษะบวมช้ำหลายจุด แขนบวมผิดรูป ส่วนนายยุคล มีบาดแผลแตกที่ศีรษะ มีเลือดออก แพทย์ทำการเย็บแผล 5 เข็ม จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ยึดโทรศัพท์มือถือของทุกคนไว้ และส่งตัวมา ที่ สภ.ศรีมหาโพธิ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

นายพันธ์ยศ ยังกล่าวด้วยว่า หลังจากลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ศรีมหาโพธิ ว่า ตนเองกับพวก ถูกทำร้ายร่างกาย ได้ปรึกษากับทางพนักงานสอบสวน แต่ตำรวจที่โรงพักศรีมหาโพธิ แนะนำว่า หากพวกตนแจ้งความ ดำเนินคดีกับกลุ่มของนายหนึ่ง ก็อาจถูกแจ้งความกลับข้อหาบุกรุก ได้ ทำให้ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาร้องกองปราบปราม ให้รับเรื่องมาดำเนินคดี และยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

อย่างไรก็ตาม วันนี้ นายพันธ์ยศ ได้นำหลักฐานภาพถ่ายการถูกทำร้าย และใบแจ้งความลงบันทึกประจำวัน รวมถึง ชาย ชาวเกาหลี ได้นำหนังสือร้องทุกข์เพื่อขอความเป็นธรรม กับทางสถานทูตเกาหลี ประจำประเทศไทย มามอบให้กับตำรวจกองปราบปราม ไว้เป็นหลักฐาน ด้วย