“รมช.มนัญญา” เตรียมตั้งวอร์รูมแก้หนี้สหกรณ์ 1.8 หมื่นล้าน เร่งช่วยเหลือคืนเงินสมาชิกให้เร็วที่สุด เน้นย้ำสหกรณ์ช่วยกันป้องกันทุจริต

15

“รมช.มนัญญา” เตรียมตั้งวอร์รูมแก้หนี้สหกรณ์ 1.8 หมื่นล้าน เร่งช่วยเหลือคืนเงินสมาชิกให้เร็วที่สุด เน้นย้ำสหกรณ์ช่วยกันป้องกันการทุจริต ยกระดับการตรวจสอบอย่างเข้มข้น มุ่งสร้างความเชื่อมั่นระบบสหกรณ์

วันที่ 13 มิ.ย.65 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “แนวทางการปฏิบัติงานรองนายทะเบียนสหกรณ์” พร้อมทั้งมอบนโยบายในการกำกับดูแลสหกรณ์ทั่วประเทศ และบรรยายพิเศษ หัวข้อ “นโยบายด้านการส่งเสริม กำกับ ดูแลสหกรณ์” เพื่อป้องกันการเกิดข้อบกพร่องและการทุจริตในระบบสหกรณ์ โดยมี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะผู้บริหาร สหกรณ์จังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1, 2 ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร

นางสาวมนัญญา กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจะรวบรวมหนี้ที่มีการทุจริตในระบบสหกรณ์ทั้งสหกรณ์การเกษตรและสหกรณ์ออมทรัพย์ เบื้องต้น 18,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมาจากการสั่งการให้ทุกจังหวัดรวบรวมเข้ามา และตัวเลขทุจริตเหล่านี้ จะนำมาใช้ในการแก้ไขตามกรณีแต่ละสหกรณ์ ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

“เป็นที่ทราบกันดีว่า ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ส่งผลกระทบต่อขบวนการสหกรณ์ ซึ่งจากนี้จะขับเคลื่อนการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์ ซึ่ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับติดตามความคืบหน้าและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ รวมถึง ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ด้วย ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานต่างๆ ตามที่นายกฯ ได้มอบหมาย ล่าสุดความเสียหายประมาณ 18,000 ล้านบาท โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด และจะมีการตั้งวอร์รูม เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลของทุกสหกรณ์จังหวัด มีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ร่วมกันตรวจสอบ โดยมีตนเป็นประธานเพื่อให้ทรัพย์สินที่ยึดคืนมา คืนกลับให้สมาชิกสหกรณ์ให้เร็วที่สุด ซึ่งจะมีการเปิดอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ นอกจากนั้นขอเน้นย้ำให้ทุกสหกรณ์ใช้แอพพลิเคชั่นของสหกรณ์เพื่อเปิดให้สมาชิกสามารถเข้ามาตรวจสอบสถานะทางการเงินให้เป็นปัจจุบัน” รมช.มนัญญา กล่าว

ด้านนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการทุจริตในระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์รับนโยบายจากนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสหกรณ์ออมทรัพย์เป็นพิเศษ เนื่องจากสหกรณ์ออมทรัพย์ในประเทศไทยปัจจุบันมีกว่า 1,400 แห่ง ทุนดำเนินงานกว่า 2.74 ล้านล้านบาท โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตามดูแลระบบการเงินของสหกรณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งหาแนวทางป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดทุจริตซ้ำเหมือนกับที่ผ่านมา กรมฯ จึงได้สั่งการให้ทุกจังหวัดกำชับคณะกรรมการสหกรณ์วางระบบการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ให้เป็นไปตามระเบียบของนายทะเบียนสหกรณ์และข้อบังคับของแต่ละสหกรณ์อย่างเคร่งครัดนั้น เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสมาชิก

“กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มอบหมายให้สหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัดเข้าไปแนะนำให้สหกรณ์ออมทรัพย์ในพื้นที่ที่รับผิดชอบจัดทำแอพพลิเคชั่นของแต่ละสหกรณ์เพื่อให้สมาชิก สามารถตรวจสอบยอดเงินในบัญชีของตัวเองได้ตลอดเวลา และกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดการปฏิบัติงานของสหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัด ปัจจุบันสหกรณ์ออมทรัพย์มีทั้งหมด 1,400 กว่าแห่งทั่วประเทศ โดยกรมฯ ได้ตั้งเป้าหมายว่าสิ้นปี 2565 จะมีสหกรณ์ออมทรัพย์ประมาณ 500 แห่ง ที่สามารถจัดทำแอพพลิเคชั่นพัฒนาระบบการตรวจสอบการเงินให้ทันสมัย เพื่อให้สมาชิกสามารถตรวจสอบเงินของตนเองได้ตลอดเวลา และควรจะสนับสนุนให้สมาชิกใช้บริการไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของจำนวนสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมด” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

สำหรับโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางการปฏิบัติงานของรองนายทะเบียนสหกรณ์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 -14 มิถุนายน 2565 เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจของรองนายทะเบียนสหกรณ์ที่ได้รับมอบหมายจากนายทะเบียนสหกรณ์ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายสหกรณ์อนุบัญญัติ แนวทางปฏิบัติตามกฎหมายสหกรณ์ แนวทางปฏิบัติงานในการกำกับ ดูแล และส่งเสริมสหกรณ์ ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้กรณีปัญหา แนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายสหกรณ์ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง และคำแนะนำนายทะเบียนสหกรณ์ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานตามภารกิจของรองนายทะเบียนสหกรณ์ได้อย่างถูกต้อง โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ สหกรณ์จังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1-2 ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์ ผู้อำนวยการ กลุ่มตรวจการสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ รวม 270 คน ซึ่งเป็นบุคลากรของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ทำหน้าที่ในการส่งเสริมสหกรณ์ ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องระบบการเงิน การบัญชี การตรวจสอบ และการควบคุมภายใน ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมสหกรณ์ รวมถึงในการกำกับดูแลสหกรณ์ให้ดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถสร้างความเชื่อถือ และความเชื่อมั่นของสหกรณ์กับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถสร้างความเข้มแข็ง และความมั่นคงให้กับสหกรณ์ ซึ่งจะเป็นผลดีกับสมาชิกต่อไป