ป.ป.ส. เตือนประชาชนทั่วไปยังไม่มีสิทธิ์ปลูกกัญชา กฎหมายผ่อนปรนใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยเท่านั้น

21

จากกรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 (สำนักงาน ปปส.ภ.5) ร่วมกับหน่วยงานภาคีในพื้นที่ เข้าตัดฟันเผาทำลายพื้นที่ลักลอบปลูกกัญชารวม 6 แปลง มีต้นกัญชาทั้งหมด 900 ต้น ในเขตพื้นที่ ต.สะเมิงเหนือ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2562
ภายหลังการออกกฎหมายผ่อนปรนให้ใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 ถึงปัจจุบัน พบการลักลอบปลูกกัญชา รวม 15 ครั้ง ใน 11 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี ปทุมธานี นครพนม ชุมพร น่าน เลย แพร่ นครราชสีมา สุรินทร์ สระแก้ว และล่าสุดที่เชียงใหม่ รวมกัญชาที่ลักลอบปลูกทั้งหมด 7,537 ต้น

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวว่า “แม้นโยบายของรัฐบาลจะผ่อนปรนให้ใช้ประโยชน์จากกัญชาในทางการแพทย์และการศึกษาวิจัย แต่ไม่ได้หมายถึงว่าประชาชนทั่วไปจะสามารถดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับกัญชาโดยไม่ได้ขออนุญาตได้ เนื่องจากกัญชายังเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย ดังนั้น หากประชาชน หน่วยงานหรือองค์กรใดมีความประสงค์จะดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับกัญชา ต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายเท่านั้น ทั้งนี้ ที่เน้นย้ำถึงการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์และการศึกษาวิจัย และเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน หรือผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้สารสกัดจากกัญชาเท่านั้น

ดังนั้น ขอฝากถึงประชาชนและผู้ป่วยว่า “กัญชายังคงเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย ประชาชนทั่วไปไม่สามารถปลูกกัญชาได้ ผู้ที่ได้รับอนุญาตจะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น” ซึ่งขณะนี้มีหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชาจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จำนวน 11 แห่ง ทั้งนี้ ขอแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่มีความประสงค์จะใช้สารสกัดจากกัญชาขอให้ไปพบแพทย์ เพราะปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่รักษาด้วยสารสกัดกัญชาแล้วรวมจำนวน 26 แห่งทั่วประเทศ”

โดยทางสำนักงาน ป.ป.ส. สนับสนุนกัญชาเพื่อผู้ป่วย ต้องช่วยกันทำให้ปลอดภัย เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน