สหกรณ์การเกษตรเฮ! กรมส่งเสริมสหกรณ์จับมือ ธกส.แก้ไขหนี้สมาชิกสหกรณ์ ขยายเวลาชำระหนี้ให้สหกรณ์ไม่เกิน 20 ปี เพื่อให้มีสภาพคล่องพัฒนาอาชีพแก่สมาชิก

15

สหกรณ์การเกษตรเฮ! หลังบอร์ด ธกส.ร่วมมือกรมส่งเสริมสหกรณ์แก้ไขปัญหาหนี้สถาบันเกษตรกร โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตร ทั้งยืดและขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ให้ไม่เกิน 20 ปี ส่งผลให้สหกรณ์เกิดสภาพคล่อง มีเงินเหลือพอสำหรับหมุนเวียนในธุรกิจ และจัดสรรกำไรไว้ดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิก เน้นการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ให้สมาชิกผลิตสินค้า ที่ตอบสนองความต้องการของตลาด เพื่อให้มีรายได้เพียงพอใช้จ่ายและมีเงินส่งชำระหนี้คืนสหกรณ์

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดส่งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่เพื่อติดตามปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระในสหกรณ์ พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีความเสี่ยงทางการเงินไว้สำหรับการหารือร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) ซึ่งบอร์ด ธกส.ได้มีมติเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 ที่ผ่านมาว่าจะให้ความร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาหนี้สินของสหกรณ์การเกษตรที่มีความสุ่มเสี่ยงว่าจะมีปัญหาในการชำระหนี้ โดยบอร์ด ธกส.จะแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาในระดับจังหวัดและระดับสาขา เพื่อร่วมประชุมหารือกับสหกรณ์จังหวัด และลงพื้นที่ติดตามปัญหาหนี้ในสหกรณ์ พร้อมทั้งพิจารณาให้ความช่วยเหลือบรรเทาหนี้เป็นรายสหกรณ์แล้วแต่กรณีๆ ไป โดยมีกรอบการดำเนินการให้ยืดและขยายการชำระหนี้สหกรณ์กับ ธกส.ออกไปไม่เกิน 20 ปี

“ดังนั้น เมื่อ ธกส.มีมติดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นผลดีกับสหกรณ์การเกษตรที่มีปัญหาสุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดหนี้ค้างชำระ หลังจากนี้กรมฯ จะทำงานร่วมกับ ธกส.และในระดับจังหวัดคอยติดตามดูแลเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาหนี้ของสหกรณ์ ซึ่งมาตรการนี้นับเป็นอานิสงส์ต่อสหกรณ์ ที่จะทำให้สหกรณ์มี สภาพคล่องเพิ่มขึ้น มีเงินเหลือพอสำหรับหมุนเวียนทำธุรกิจและสามารถกลับไปดูแลช่วยเหลือสมาชิก โดยจะเน้นให้สหกรณ์เพิ่มบทบาทในการส่งเสริมพัฒนาอาชีพของสมาชิก เพื่อให้สมาชิกมีรายได้เพียงพอใช้จ่ายและส่งชำระหนี้คืนให้กับสหกรณ์ต่อไป” นายพิเชษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์จะหารือกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในการปรับปรุงกฎระเบียบทางระบบบัญชีเรื่องการสำรองหนี้ และระเบียบของสหกรณ์ที่ยังเป็นปัญหาอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่แต่ละจังหวัดจะต้องลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกสหกรณ์ที่มีปัญหาหนี้ค้างชำระกับสหกรณ์ เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผลและวิเคราะห์เพื่อวางแผนการดำเนินงานของสหกรณ์ในปีงบประมาณใหม่ ซึ่งในช่วงกลางปีที่ผ่านมา กรมฯ ได้จัดประชุมรับฟังความเห็นเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้ของสมาชิกจากตัวแทนสหกรณ์การเกษตรแต่ละภาค พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจทุกจังหวัด เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพทางการเงินและปัญหาหนี้สินของสหกรณ์

ซึ่งตัวแทนของสหกรณ์ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าหากรัฐบาลมีมาตรการชะลอการชำระหนี้ของสหกรณ์กับ ธกส.ออกไปอีก สหกรณ์เหล่านั้นก็จะสามารถกลับไปดูแลคุณภาพชีวิตของสมาชิกให้ดีขึ้นได้ โดยการช่วยพัฒนาอาชีพให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งกรมฯ พร้อมที่จะสนับสนุนสหกรณ์ โดยได้ย้ำว่าการส่งเสริมอาชีพให้สมาชิก จะต้องมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และใช้หลักการตลาดนำการผลิต โดยสหกรณ์ต้องเพิ่มบทบาทในการส่งเสริมการผลิตสินค้า การแปรรูป และการตลาดให้มากขึ้น