“ป.ตามรวบหนุ่มใหญ่ หนีคดียิงเพื่อนรักเจ็บปางตายกลางวงเหล้า สารภาพลงมือเพราะความแค้น หลังถูกเพื่อนรักพูดจาไม่เข้าหู แล้วยังถูกเตะจนกระเด็นตกศาลา”

11

วันที่ 25 ก.ย.ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.เนติ วงศ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป. พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์ รองผกก.พ.ต.ต.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป.พร้อมกำลังร่วมกันจับกุม นายณรงค์ฤทธิ์ สมศรี อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/2 หมู่ 3 ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่ จ.1209/2546 ลงวันที่ 21 เมษายน 2546 ข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น ก่อนควบคุมตัวมาดำเนินคดี

พ.ต.อ.เนติ กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2546 ขณะนั้นนายณรงค์ฤทธิ์ ผู้ต้องหา และนายจักรพงษ์ มาลัยเกตุ ผู้เสียหาย ทั้งสองยังเป็นเพื่อนรักกัน ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่และกลุ่มเพื่อนได้นั่งดื่มสุราอยู่ด้วยกันที่บริเวณศาลากลางหมู่บ้านในตำบลทับสะแก กระทั่งกลางดึก นายณรงค์ฤทธิ์และนายจักรพงษ์ก็อยู่ในอาการเมาสุราทั้งคู่ ต่างก็เริ่มพูดจาไม่เข้าหูกัน จนเป็นเหตุให้เกิดมีปากเสียงกันขึ้น ปรากฏว่าจู่ๆ นายจักรพงษ์ได้เตะนายณรงค์ฤทธิ์จนกระเด็นตกศาลา ด้วยความแค้นที่ถูกเพื่อนทำรุนแรง นายณรงค์ฤทธิ์ก็รีบกลับไปบ้าน เพื่อหยิบเอาอาวุธปืนลูกซองสั้น จากนั้นก็ย้อนกลับมาศาลากลางหมู่บ้านอีกครั้ง พอมาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ชักอาวุธปืนยิงนายจักรพงษ์ทันที่ 1 นัด กระสุนเข้าที่บริเวณลำตัว แต่ผู้นำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทัน ก็เลยแค่บาดเจ็บ ส่วนนายณรงค์ฤทธิ์นั้นรีบหลบหนีออกจากพื้นที่ไป

พ.ต.อ.เนติ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นอีก 17 ปี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายณรงค์ฤทธิ์ ผู้ต้องหา ซึ่งปัจจุบันได้มาเปิดร้านค้าอยู่ในพื้นที่หมู่ 6 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี จึงเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด สอบสวนนายณรงค์ฤทธิ์ ยอมรับสารรภาพ โดยสาเหตุมาจากความโกรธแค้น ที่ผู้เสียหายพูดจาไม่เข้าหู และยังมาเตะตนจนถึงกับกระเด็นตกจากศาลาฯทำให้เกิดความอับอายทั้งที่เป็นเพื่อนกันแท้ๆ หลังเกิดเหตุตนก็รีบนำปืนไปโยนทิ้งน้ำ แล้วหลบเข้าไปอยู่ในป่าอีก 3 วัน จากนั้นก็หนีมาอยู่ที่เมืองกาญฯกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว หลังการสอบสวนได้ส่งตัวผู้ต้องหาให้สภ.ทับสะแก ดำเนินคดีต่อไป