“สว.ศานิตย์”ส่งกำลังใจให้ พนักงานสอบสวน คดี ลัลลาเบล “ถูกต้องๆมาก่อนถูกใจ”

17

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2562 พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกวุฒิการสภา (สว.) และอดีต ผบช.น.ได้กล่าวถึง คดีน้องพริตตี้ลัลลาเบลเสียชีวิตเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างกว้างขวาง ว่า ในมุมมองของนักกฏหมายหลายๆท่าน ว่าจะให้ตำรวจดำเนิคดีในความผิดฐานใด คนที่จะรู้ดีที่สุดก็คือ พนักงานสอบสวน เจ้าของคดี ที่จะต้องสอบสวนรวมรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถจะทำได้ ตาม ป.วิ อาญาฯม.131 เพื่อจะรู้ตัวผู้กระทำผิดและพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา

อย่างไรก็ตามการที่ พนักงานสอบสวน จะตั้งข้อกล่าวหาใด ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหลาย อย่าไปตั้งข้อหาเกินความเป็นจริงตามพฤติการณ์แห่งคดีหรือตามกระแสโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทยเกิดความเสียหาย ไม่เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ พนักงานสอบสวน เองก็จะทำงานลำบากหากต้องตั้งข้อหาตามกระแสกดดัน ซึ่งนอกจากจะเป็นการผิดจรรยาบรรณแล้ว อาจจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาฐาน ปฎิบัติ หรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อาญาม.157 ก็ได้ เรื่องทำนองนี้คงจะพอจำกันได้ เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2559 มีคดีวัยรุ่นใช้อาวุธมีด ฆ่าชายพิการ เหตุเกิด สน.โชคชัย ผู้ต้องหามี 7 คน บังเอิญ 2 คน เป็นลูกตำรวจ ขณะนั้นมีทนายความคนหนึ่งพยายามกดดันพนักงานสอบสวนให้ตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อาญา ม.289 ให้ได้ ซึ่งตนเองขณะนั้นเป็น ผบช.น.เห็นว่าเป็นคดีสำคัญและเป็นที่สนใจของประชาชนจึงได้รีบลงไปที่เกิดเหตุร่วมพิจารณากับพงส แล้วเห็นว่าผู้กระทำผิดได้ร่วมกระทำผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตาม ป.อาญา ม.288 ยังไม่เข้า ป.อาญา ม.289 แต่เนื่องจากกระแสโซเชียลกำลังแรง นักเลงคีย์บอร์ดทั้งหลายจึงรุมกระหน่ำตำรวจโดยเฉพาะ ผบช.น.อย่างหนักนานนับเดือนโดยจะให้พนักงาน ตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองให้ได้ โดนกดดันมากๆลูกน้องตน หลายคนไม่สบายใจที่ตนโดนโจมตีเช่นนั้น ได้แต่ให้กำลังใจลูกน้องว่า “ไม่ต้องกังวลใจ เขาด่าพี่ไม่เป็นไรเพราะพี่เป็นเพียงบุคคล แต่ส่วนรวมมันสำคัญกว่าพี่ เราต้องยึดหลักการ ยึดความถูกต้องและให้ความเป็นธรรมกับคู่กรณีเป็นหลัก ถ้าเราไปทำตาม กระแส ต่อไปเราจะทำงานยาก ภาพลักษณ์ขบวนการยุติธรรมของไทยจะเสียหาย และน้องๆอาจถูกดำเนินคดีฐานปฎิบัติหน้าท่ีมิชอบเสียเอง”ในที่สุดเราสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 7 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตาม ป.อาญา ม.288,80 และต่อมาเมื่อ 26 ธ.ค.2559 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาลงโทษตาม ป.อาญา ม.288,80 เช่นกัน คงจะสามารถรักษาหลักการ ความถูกต้องและภาพลักษณ์ขบวนการยุติธรรมไทยได้บ้างนะ

“คดีนี้ ตนคงไม่ชี้นำว่าจะตั้งข้อหาใดเพราะข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน แต่ก็ได้ให้ข้อสังเกตุกับน้องๆพนักงานสอบเพื่อเติมเต็มช่องว่างในทางคดีไปแล้ว คงเป็นหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ที่จะต้องร่วมแรงร่วมใจกันคลี่คลายคดีนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ความล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม และที่สำคัญคือน้องๆต้องมีคำตอบให้สังคมได้รับทราบอย่างมีเหตุผลโดยปราศจากข้อสงสัยแต่อย่างใด” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว