ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด “พนม ศรศิลป์” อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เอี่ยวทุจริตเงินทอนวัด

22

ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด “พนม ศรศิลป์” อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่ำรวยผิดปกติ จำนวน 216,062,819.54 บาท เอี่ยวทุจริตงบอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัดพนัญเชิงวรวิหาร

วันนี้ 6 สิงหาคม 2562 นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีนายพนม ศรศิลป์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์ที่จัดสรรให้วัดพนัญเชิงวรวิหาร ประจำปีงบประมาณ 2557 และประจำปีงบประมาณ 2558 และจากการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายพนม ศรศิลป์ ที่ได้ยื่นไว้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2557 พบว่าในช่วงปี พ.ศ.2552-พ.ศ.2561 นายพนม ศรศิลป์ และนางนิสา ศรศิลป์ คู่สมรส มีการนำฝากเงินและซื้อหุ้นในสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ จำกัด สหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุบลราชธานี จำกัด รวมทั้งมีการซื้อที่ดิน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยมีนางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน คณะอนุกรรมการไต่สวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว ผลปรากฏว่าพบเงินฝากและทรัพย์สินต่างๆ ของนายพนม ศรศิลป์ และบุคคลใกล้ชิด ประกอบด้วย นางนิสา ศรศิลป์ (คู่สมรส) นางจรินรัตน์ แซ่ตั้ง และนางสมพิศ สุทธิบุญ (ภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) รวมทั้งบุตรและญาติพี่น้อง ซึ่งบุคคลดังกล่าวไม่สามารถพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินดังกล่าวได้ ดังนี้ เงินฝาก จำนวน 16 แห่ง เป็นเงิน 163,022,595.05 บาท เงินลงทุน จำนวน 8 แห่ง มูลค่า 22,470,000 บาท ที่ดินตั้งอยู่ในท้องที่จังหวัดอุดรธานี จำนวน 7 แปลง มูลค่า 5,119,400 บาท บ้าน พร้อมที่ดิน จำนวน 2 หลัง ตั้งอยู่ในจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดนครปฐม รวมมูลค่า 805,919 บาท ห้องชุดตั้งอยู่ในจังหวัดอุดรธานี 1 ห้อง และจังหวัดปทุมธานี 2 ห้อง รวม 3 ห้อง มูลค่า 3,960,000 บาท รถยนต์ จำนวน 9 คัน รวมมูลค่า 4,931,200 บาท กรมธรรม์ประกันชีวิต จำนวน 4 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 828,489 บาท เงินที่นำไปชำระหนี้เงินกู้สถาบันการเงิน จำนวน 4 แห่ง เป็นเงิน 14,925,216.49 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นจำนวน 216,062,819.54 บาท ซึ่งทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้อายัดทรัพย์สินไว้เป็นการชั่วคราว จำนวน 44,108,113.29 บาท

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงได้มีมติส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อพิพากษาคดี ตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ต่อไป